<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Data &amp; Intelligence Lab &#8211; IPPD</title>
	<atom:link href="https://ippd.or.th/category/data-intelligence-lab/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://ippd.or.th</link>
	<description>สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 13 Sep 2021 04:50:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.4.7</generator>

<image>
	<url>https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/cropped-ippd-32x32.png</url>
	<title>Data &amp; Intelligence Lab &#8211; IPPD</title>
	<link>https://ippd.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ผลลัพธ์เป้าหมายความสุขของคนไทย จากโครงการ &#8216;2564 ความสุขอยู่ที่ใด?&#8217;</title>
		<link>https://ippd.or.th/happiness-report/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/happiness-report/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 Mar 2021 11:03:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Reports]]></category>
		<category><![CDATA[Surveys]]></category>
		<category><![CDATA[happiness-survey]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=6416</guid>

					<description><![CDATA[IPPD ได้จัดทำโครงการ &#34;2564 ความสุขอยู่ที่ใด?&#34; [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>IPPD ได้จัดทำโครงการ &quot;2564 ความสุขอยู่ที่ใด?&quot; เพื่อสำรวจความสุขในภาพรวมของคนไทยตลอดปี 2563 และเป้าหมายความสุขที่ต้องการให้เกิดขึ้นในปี 2564 ใน 7 ประเด็น ได้แก่ การเงิน การพักผ่อน ครอบครัว ความมั่นคงในชีวิต ความสัมพันธ์ สังคมและบ้านเมือง และสุขภาพ ผ่านเครื่องมือจัดทำแบบสำรวจออนไลน์ของสถาบันฯ ภายใต้ชื่อ &#8216;VOICE&#8217; เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนบนโลกออนไลน์ และนำเสนอผลลัพธ์ในรูปแบบของ word cloud ซึ่งสามารถประมวลผลได้ตามเวลาจริง (real time processing) และสามารถเห็นถึงสัดส่วนเป้าหมายความสุขที่ประชาชนจากทั่วปะเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการตอบแบบสำรวจออนไลน์</p>
<p>หลังการสำรวจออนไลน์เสร็จสิ้นลง IPPD ได้จัดทำรายงาน โดยจำแนกเป็นข้อมูลโดยรวมระดับประเทศ และในระดับจังหวัด โดย หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดทำแบบสำรวจออนไลน์ในครั้งนี้ จะช่วยสร้างให้เกิดการออกแบบนโยบายสาธารณะที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาความสุขของประชาชนชาวไทยในแต่ละพื้นที่ให้เพิ่มมากขึ้นอย่างยั่งยืน</p>
<h3><a href="https://drive.google.com/file/d/16x9ooi0gzj_J4ev3k0F2YCsldhg8Y8W1/view?usp=sharing" title="ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่">ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่</a></h3>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/happiness-report/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รายงานประจำปี 2562-2563 สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา</title>
		<link>https://ippd.or.th/annual-report-2019-2020/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/annual-report-2019-2020/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2021 07:32:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Design & Testing Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Foresight & Futures Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic Project]]></category>
		<category><![CDATA[Public Opinion & Dialogue Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Reports]]></category>
		<category><![CDATA[annual-report]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=6352</guid>

					<description><![CDATA[นโยบายสาธารณะที่ดีควรเป็นนโยบายที่ให้ความสนใจ กับการพัฒ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นโยบายสาธารณะที่ดีควรเป็นนโยบายที่ให้ความสนใจ กับการพัฒนาในระยะยาวอย่างยั่งยืน โดยมองไปถึง “อนาคต” ไม่ใช่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เป็นนโยบายที่เห็น “คนเป็นศูนย์กลางและเป้าหมายของการพัฒนา” ไม่ได้เห็นเป็นเครื่องมือของการพัฒนา แต่เป็นนโยบายที่อยู่บนพื้นฐานของ “ข้อมูลเชิงลึกและหลักฐาน จากการทดสอบและทดลอง”</p>
<p>ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สถาบันฯ ได้วางรากฐานการขับเคลื่อนงานเพื่อสร้างนโยบายสาธารณะที่ดีขึ้น ผ่าน “เครื่องมือใหม่” “เสียงใหม่” และ “มุมมองใหม่” และทำงานร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายชั้นนำ ทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 40 องค์กร อาทิเช่น สำนักงานสถิติแห่งชาติ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กลุ่มธนาคารโลก เป็นต้น โดยนำเครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาบูรณาการในการพัฒนานโยบายสาธารณะ เพื่อให้ครอบคลุมมิติที่หลากหลาย ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดสังคมที่น่าอยู่ขึ้น เป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ต่อทุกภาคส่วนในสังคม</p>
<p>มาดูกันว่ามีโครงการใดที่น่าสนใจ และสามารถต่อยอดต่อไปเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศไทยต่อไป</p>
<h4><a href="https://drive.google.com/file/d/1oomXcaAzpvsuRDuPu6MCfxCsUTs7SP4q/view?usp=sharing" title="ดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2562-2563 ของ IPPD ได้ที่นี่">ดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2562-2563 ของ IPPD ได้ที่นี่</a></h4>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/annual-report-2019-2020/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;Data Story and How to Craft Them&#8217;  เรียนรู้แนวทางการเล่าเรื่องราวข้อมูล สำหรับการสื่อสารนโยบายสาธารณะและการพัฒนา</title>
		<link>https://ippd.or.th/data-story-and-how-to-craft-them/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/data-story-and-how-to-craft-them/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Jan 2021 10:23:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[data story]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=6199</guid>

					<description><![CDATA[เรื่อง: อภิวรรณ ดวงภุมเมศ เรียบเรียง: ผศ. ดร. ภูริพันธุ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h6 style="text-align: right;">เรื่อง: อภิวรรณ ดวงภุมเมศ<br />
เรียบเรียง: ผศ. ดร. ภูริพันธุ์ รุจิขจร, รัสมิ์กร นพรุจกุล</h6>
<ul>
<li>การแปรข้อมูลเป็นภาพ (data visualization) หรือ การนำข้อมูลมาเล่าเป็นเรื่องราว (data story) เป็นหนึ่งในวิธีการสื่อสารรูปแบบใหม่ ที่ทางสถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนานำมาใช้ เพื่อสื่อสารให้ผู้อ่านได้เข้าใจเนื้อหาที่ซับซ้อน ภายในเวลาสั้น ๆ</li>
<li>รูปแบบการนำเสนอ data story สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธี คือ รูปแบบที่ผู้เขียนเป็นผู้ขับเคลื่อนเอง และ รูปแบบที่ผู้อ่านเป็นผู้ขับเคลื่อนเอง ผ่านโครงสร้างการเล่าเรื่อง 3 โครงสร้าง ได้แก่ โครงสร้างการเล่าเรื่องแบบ Martini Glass, แบบ Interactive slideshow และแบบ Drill-Down story</li>
<li>ปัจจุบัน data story เป็นหนึ่งในวิธีการสื่อสาร ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการเล่าเรื่องผ่านข้อมูลขนาดใหญ่ให้มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงผู้อ่านได้ง่าย</li>
</ul>
<p>การแปรข้อมูลเป็นภาพ (data visualization) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเล่าประเด็นสำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการเล่าเรื่องราวในรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า เรื่องราวข้อมูล (data story) ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จาก data visualization ในการเล่าประเด็นสำคัญ ที่แฝงอยู่ในข้อมูล (Edward Segel และ Jeffrey Heer, 2553)</p>
<p>ตัวอย่างการใช้ประโยชน์จาก data story ได้ถูกนำไปใช้เพื่อสื่อสารประเด็นที่ท้าทายหลาย ๆ อย่าง เช่น ในการออกแบบนโยบายสาธารณะ อย่างปัญหาโรคระบาด COVID-19 บทความ “Why outbreaks like coronavirus spread exponentially, and how to “flatten the curve” โดย The Washington Post พยายามศึกษาการเลือกใช้เครื่องมือเชิงนโยบาย เพื่อรับมือกับปัญหานี้ ด้วยการสร้างแบบจำลองรูปแบบการแพร่เชื้อของ COVID-19</p>
<h6 style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-6253" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Videotogif-2.gif" alt="" width="1022" height="550" /><br />
ตัวอย่าง data story เรื่อง <a title="“Why outbreaks like coronavirus spread exponentially, and how to “flatten the curve”" href="https://www.washingtonpost.com/graphics/2020/world/corona-simulator/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">“Why outbreaks like coronavirus spread exponentially, and how to “flatten the curve”</a> โดย The Washington Post</h6>
<p>แบบจำลองดังกล่าว เมื่อแสดงผ่านภาพเคลื่อนไหวที่เรียบง่าย ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจการทำงานของผลกระทบจากเครือข่าย (network effects) และตระหนักว่าพฤติกรรมของผู้อ่าน สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับวิกฤตโรคระบาดที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ในด้านประสิทธิภาพของการสื่อสาร เรื่องราวข้อมูลเรื่องนี้ ได้รับการเข้าชมสูงสุดตั้งแต่ The Washington Post ทำข่าวออนไลน์มา (Eleanor Gibson, 2563)</p>
<p>สำหรับผู้ที่สนใจหรือองค์กรที่ต้องการใช้ประโยชน์จาก data story มาต่อยอดการสื่อสาร เพื่อให้เข้าถึงผู้อ่าน และนำเสนอมุมมองจากข้อมูลที่น่าสนใจมากขึ้น มาทำความรู้จักแนวทางการเล่าเรื่องราวข้อมูล จากงานวิจัย Narrative Visualization: Telling Stories with Data โดยศาตราจารย์ Edward Segel จาก Reed College และศาสตราจารย์ Jeffrey Heer จาก University of Washington ในบทความนี้กัน</p>
<h2>แนวทางการเล่าเรื่องราวข้อมูล (data story)</h2>
<p>จากการศึกษาและวิเคราะห์ data story ศาตราจารย์ Edward Segel และศาสตราจารย์ Jeffrey Heer จำแนกแนวทางการเล่า data story ได้เป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ รูปแบบที่ผู้เขียนเป็นผู้ขับเคลื่อน (author-driven approach) และรูปแบบที่ผู้อ่านเป็นผู้ขับเคลื่อน (reader-driven approach)</p>
<ul>
<li>รูปแบบที่ผู้เขียนเป็นผู้ขับเคลื่อน: มักนำเสนอเรื่องราวเป็นลำดับเส้นตรง ประกอบด้วยข้อความ หรือสิ่งที่ผู้เขียนจะสื่อค่อนข้างมาก และผู้อ่านสามารถดูแผนภาพ แต่ไม่สามารถค้นหาหรือโต้ตอบอื่น ๆ กับแผนภาพได้</li>
<li>รูปแบบที่ผู้อ่านเป็นผู้ขับเคลื่อน: การนำเสนอรูปแบบนี้จะไม่นำเสนอเรื่องราวเป็นเส้นตรง ไม่มีข้อความหรือสิ่งที่ผู้เขียนจะสื่อเพิ่มเติมจากแผนภาพ และผู้อ่านสามารถดูหรือค้นหาข้อมูลจากแผนภาพ ในจุดที่ตนเองสนใจได้อย่างอิสระ</li>
</ul>
<h2>เราจะผสมผสานแนวทางการเล่าเรื่องเหล่านี้ ให้เหมาะสมได้อย่างไร?</h2>
<p>งานวิจัยดังกล่าวได้นำรูปแบบการเล่าเรื่องทั้ง 2 รูปแบบมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน แต่พอจะจัดกลุ่มได้เป็น 3 โครงสร้างการเล่าเรื่อง ได้แก่ โครงสร้างการเล่าเรื่องแบบ Martini Glass, แบบ Interactive slideshow และแบบ Drill-Down story</p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Datastory-628-02-scaled.jpg" alt="" /></p>
<h3>1. โครงสร้างการเล่าเรื่องแบบ Martini Glass</h3>
<p>เริ่มต้นโดยการเล่าเรื่องแบบผู้เขียนเป็นผู้ขับเคลื่อน เช่น การเปิดด้วยการตั้งคำถามหรือข้อสังเกต แล้วพาผู้อ่านไปบนเส้นทางที่ผู้เขียนวางไว้ คล้ายกับส่วนก้านของแก้วมาร์ตินี ช่วงท้ายเปิดโอกาสให้ผู้อ่านสามารถสำรวจข้อมูลจากแผนภาพ คล้ายกับส่วนปากของแก้วมาร์ตินี่ที่เปิดกว้าง</p>
<h6 style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-6257" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Jul-20-2563-19-00-37-1.9mb.gif" alt="" width="560" height="354" /><br />
ตัวอย่าง data story แบบ Martini Glass เกี่ยวกับ<a title="การเปลี่ยนแปลง เขตเลือกตั้งของประเทศสิงคโปร์" href="https://www.straitstimes.com/multimedia/graphics/2020/06/singapore-general-election-ge2020-constituency-changes" target="_blank" rel="noopener noreferrer">การเปลี่ยนแปลง เขตเลือกตั้งของประเทศสิงคโปร์</a><br />
โดย The Straits Times</h6>
<h3>2. โครงสร้างการเล่าเรื่องแบบ Interactive slideshow</h3>
<p>เป็นการเล่าเรื่องตามลำดับ คล้ายสไลด์โชว์ ที่มีลำดับการนำเสนอชัดเจน แต่เปิดโอกาสให้ผู้อ่าน สามารถสำรวจข้อมูลจากแผนภาพในแต่ละส่วนได้ การเล่าเรื่องแบบ Interactive slideshow เปิดโอกาสให้ผู้อ่านสำรวจแผนภาพได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอจนท้ายเรื่อง เหมือนกับการเล่าเรื่องแบบแก้วมาร์ตินี่</p>
<h6 style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-6251" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Flood1.gif" alt="" width="596" height="530" /><br />
ตัวอย่าง data story แบบ Interactive slideshow เรื่อง<br />
<a href="https://pudding.cool/projects/flooding/visuals/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">“How is flooding affecting your community?”</a> โดย The Pudding</h6>
<h3>3. โครงสร้างการเล่าเรื่องแบบ Drill-Down story</h3>
<h6 style="text-align: center;">เป็นการเล่าเรื่องที่นำเสนอแผนภาพหลัก ผู้อ่านสามารถสำรวจแผนภาพ หรือค้นหาข้อมูลจากแผนภาพในจุดที่ตนเองสนใจ แล้วผู้เขียนจะค่อย ๆ เผยรายละเอียดหรือแนวคิดเบื้องหลัง โดยวิธีนี้มีจุดเน้นอยู่ที่ เปิดโอกาสให้ผู้อ่านสำรวจข้อมูลจากแผนภาพ</h6>
<h6 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-6255" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2021/01/bearmarkets-1.6.gif" alt="" width="780" height="698" /><br />
ตัวอย่าง data story แบบ Drill-Down story<br />
เรื่อง <a title="“How This Bear Market Compares”" href="https://archive.nytimes.com/www.nytimes.com/interactive/2008/10/11/business/20081011_BEAR_MARKETS.html" target="_blank" rel="noopener noreferrer">“How This Bear Market Compares”</a> โดย The New York Times</h6>
<p>บทความชุด Data Stories and How to Craft Them นี้ พยายามถ่ายทอดกรอบแนวคิด ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา data story รวมทั้งการใช้ประโยชน์จาก data visualization ให้บุคลากรในองค์กรที่สนใจ เพื่อพัฒนาการสื่อสารด้วยข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจเพิ่มเติม เกี่ยวกับการจัดทำ data story หรือการใช้ประโยชน์จาก data visualization มาสนับสนุนการสื่อสาร การวิเคราะห์ และการตัดสินใจเชิงนโยบายสาธารณะ สามารถติดตามผลงาน data story หรือเรื่องราวที่น่าสนใจได้ที่ <a title="data story ของสถาบันฯ" href="https://ippd.or.th/category/data-story/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">data story ของสถาบันฯ</a> และ Facebook ของสถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-6242 aligncenter" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Screen-Shot-2564-01-15-at-23.36.03.png" alt="" width="2334" height="1168" srcset="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Screen-Shot-2564-01-15-at-23.36.03.png 2334w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Screen-Shot-2564-01-15-at-23.36.03-300x150.png 300w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Screen-Shot-2564-01-15-at-23.36.03-1024x512.png 1024w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Screen-Shot-2564-01-15-at-23.36.03-768x384.png 768w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Screen-Shot-2564-01-15-at-23.36.03-1536x769.png 1536w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Screen-Shot-2564-01-15-at-23.36.03-2048x1025.png 2048w" sizes="(max-width: 2334px) 100vw, 2334px" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/data-story-and-how-to-craft-them/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GISTDA จับมือ IPPD ใช้ Big Data จัดทำนโยบายให้ประเทศ</title>
		<link>https://ippd.or.th/gistda-ippd-mou/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/gistda-ippd-mou/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Dec 2020 04:43:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Beyond Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[GISTDA]]></category>
		<category><![CDATA[IPPD]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=6129</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2563 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2563 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์กรมหาชน) (GISTDA) และสถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา (IPPD) ภายใต้กำกับมูลนิธิพระยาสุริยานุวัตร ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อพัฒนานโยบายสาธารณะร่วมกัน ณ สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา ชั้น 29 อาคารสามย่านมิตรทาวน์</strong></p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/12/GISTDAxIPPD-3000x2000-01.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ดร. ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA</strong> กล่าวถึงพันธกิจหลักของ GISTDA ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม และมีความมุ่งหวังที่จะทำให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้ และสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น เช่นเดียวกันกับ IPPD ซึ่ง <strong>ดร. นพ. สรภพ เกียรติพงษ์สาร ผู้อำนวยการของ IPPD</strong> ได้พูดถึงการทำงานของ IPPD ในการเป็นห้องปฏิบัติการทางนโยบาย (policy lab) ของประเทศที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางและเป้าหมายของการพัฒนา โดยใช้ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ รวมถึงความเห็นของประชาชนในการออกแบบนโยบาย</p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/12/GISTDAxIPPD-3000x2000-04.jpg" alt="" /></p>
<p>ด้วยเป้าหมายที่มีร่วมกัน ทั้งสององค์กรจึงได้สร้างความร่วมมือในการนำข้อมูลที่ได้รับจากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาศึกษาวิเคราะห์และออกแบบเป็นนโยบายที่เหมาะสมแก่ประชาชนในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย โดยก่อนหน้าการจัดทำข้อตกลงกันอย่างเป็นทางการ ได้มีการร่วมมือกันพัฒนาแผนที่วิเคราะห์ข้อมูลหลายตัวแปร ที่นำเอาข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ ประชากร สิ่งแวดล้อม เกษตรกรรม สุขภาพ การศึกษา และอื่น ๆ ไว้ในเครื่องมือเดียวกัน อำนวยความสะดวกในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และผู้ใช้งานสามารถเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างชุดข้อมูล และช่วงเวลาได้</p>
<p>ในอนาคตอันใกล้นี้ ยังได้มีแผนร่วมกันในการนำข้อมูลเชิงประจักษ์ มาใช้ในการวิเคราะห์นโยบายด้านต่าง ๆ ของประเทศ โดยเน้นเรื่องความอยู่ดีมีสุข (well-being) ความสามารถในการปรับตัวรับมือ (resilience) และความพร้อมสำหรับอนาคต (future-readiness) ผู้สนใจสามารถติดตามผลงานและความร่วมมือของทั้งสององค์กรได้ผ่านทางเว็บไซต์ของสถาบันฯ <a href="ippd.or.th" title="ippd.or.th">www.ippd.or.th</a> และ <a href="https://gistda.or.th/main/">https://gistda.or.th/main/</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/gistda-ippd-mou/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทสรุปงานประชุมวิชาการ ประจำปี 2563 หัวข้อ Building a Trust &#038; Data-Driven Society</title>
		<link>https://ippd.or.th/trust-data-driven-society-seminar/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/trust-data-driven-society-seminar/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Oct 2020 07:16:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[data-driven]]></category>
		<category><![CDATA[IPPD]]></category>
		<category><![CDATA[trust]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=5898</guid>

					<description><![CDATA[เขียน: รัสมิ์กร นพรุจกุล / ชลิตา สุนันทาภรณ์ การออกแบบน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h6 style="text-align: right;">เขียน: รัสมิ์กร นพรุจกุล / ชลิตา สุนันทาภรณ์</h6>
<p>การออกแบบนโยบายสาธารณะ องค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญ คือข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้องของประชาชน เพื่อช่วยทำให้กระบวนการต่าง ๆ ในการจัดทำนโยบายสาธารณะสำเร็จตามเป้าหมายและมีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น หากหน่วยงานของรัฐได้รับข้อมูลของประชาชนที่ครบถ้วน และมีจำนวนมากเพียงพอ ทำให้การวางแผนเพื่อนโยบายนั้น เป็นไปอย่างตรงเป้าและครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม รวมทั้งตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้มากขึ้น</p>
<p>แต่หากมีคนเข้ามาขอสอบถามข้อมูลส่วนตัวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ &#8211; นามสกุล เลขบัตรประชาชน หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือ คุณจะยอมให้ข้อมูลเหล่านี้หรือไม่? &#8211; คือข้อสงสัยที่สถาบันฯ ต้องการหาคำตอบ</p>
<p>การสร้างสังคมที่มีความไว้วางใจและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลไปพร้อมกัน จึงเป็นสังคมในฝันที่ทางสถาบันฯ ต้องการก้าวไปให้ถึง และนี่คือบทสรุปจากงานประชุมวิชาการประจำปี ในหัวข้อ <strong>“Thailand 2020s and Beyond: Building a Better Society Together”</strong> ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 1 ชั้น 5 อาคารสามย่านมิตรทาวน์ ได้มีการบรรยายในหัวข้อ <strong>“Building a Trust and Data-Driven Society”</strong> โดย <strong>ผศ. ดร.ณัตติฤดี เจริญรักษ์ หัวหน้า Public Opinion and Dialogue Lab</strong> และ<strong> ฐิติพงษ์ เหลืองอรุณเลิศ หัวหน้า Data and Intelligence Lab</strong> เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา</p>
<h2>Building a Trust Society: สรรสร้างความไว้ใจเพื่อการออกแบบนโยบายสาธารณะที่ดี</h2>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1169.jpg" alt=""></p>
<p>สังคมที่มีการไว้วางใจกัน (trust) ย่อมเป็นหนึ่งในความปรารถนาของการพัฒนาที่ดี เมื่อประชาชนให้ความไว้วางใจกับภาครัฐ และยินดีมอบข้อมูลส่วนตัวที่ถูกต้องให้กับหน่วยงานของรัฐ ข้อมูลที่ได้จะกลายเป็นข้อมูลที่สำคัญ และเมื่อผนวกกับข้อมูลเดิมในส่วนอื่น ๆ ที่ภาครัฐมีอยู่แล้วในหลายมิติจะยิ่งส่งเสริมให้สังคมเป็นสังคมที่ดีขึ้น</p>
<p>“ในสังคมที่มีความไว้วางใจกันและสังคมของการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เมื่อประชาชนให้ความไว้วางใจกับหน่วยงานภาครัฐ ประชาชนจะยินดีมอบข้อมูลส่วนตัวที่ถูกต้องให้กับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อที่จะได้นำข้อมูลที่ถูกต้องนี้ไปใช้ ก่อให้เกิดนโยบายสาธารณะและการพัฒนาที่ดีตามมา” <strong>ผศ. ดร.ณัตติฤดี เจริญรักษ์ หัวหน้า Public Opinion and Dialogue Lab</strong>กล่าว</p>
<p><strong>ผศ. ดร.ณัตติฤดี</strong> ได้บอกเล่าถึงงานวิจัยชิ้นสำคัญที่ทางสถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา (IPPD) ได้ร่วมมือกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ศึกษาความไว้วางใจของประชาชน ในการให้ข้อมูลของประชาชนต่อหน่วยงานภาครัฐ ผ่านการให้หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ในการสำรวจสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2556 และการสำรวจการเปลี่ยนแปลงประชากร พ.ศ. 2558 – 2559 ซึ่งการสำรวจดังกล่าว ได้เก็บข้อมูลจากตัวอย่างทั่วประเทศ จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ทั้ง 2 ชุดข้อมูล มีผู้ตอบแบบสำรวจให้หมายเลขบัตรประชาชนประมาณ 65% โดยผู้อยู่อาศัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็น 2 ภาค ที่ให้ข้อมูลมากที่สุด นอกจากนี้ ข้อมูลจากแบบสำรวจทั้ง 2 ชุดนั้นพบว่า ผู้ที่มีแนวโน้มในการให้ข้อมูลหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลักส่วนใหญ่นั้น จะที่มีที่อยู่อาศัยในนอกเขตเทศบาล มีรายได้น้อย และอยู่ในกลุ่ม baby boomer (56-74 ปี) ทั้งนี้ การศึกษาครั้งนี้ยังมีข้อจำกัด ในการตรวจสอบความถูกต้องหมายเลขบัตรประชาชน ที่ได้รับจากแบบสำรวจ</p>
<p><strong>ผศ. ดร.ณัตติฤดี</strong> กล่าวว่านอกจากการศึกษาความไว้วางใจของประชาชนต่อภาครัฐ ผ่านหมายเลขบัตรประชาชน สถาบันฯ ยังได้ศึกษาการให้ข้อมูลช่องทางการติดต่อทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งหมายเลขโทรศัพท์มือถือ บัญชีอีเมล และบัญชี Line (LINE application) ผ่านการสำรวจสภาวการณ์ทำงานของประชากร พ.ศ. 2563 ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้รวบรวมแบบสำรวจจากทั่วประเทศในช่วงเดือนมกราคม &#8211; มีนาคมที่ผ่านมา พบว่า จากจำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 35,053 คน ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ให้ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์จำนวนมากที่สุดถึง 56.17% รองลงมา ได้แก่ บัญชีไลน์ (14.24%) และอีเมล (1.84%) ตามลำดับ</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ผศ. ดร.ณัตติฤดี</strong> ระบุว่า ช่วงวัยส่วนใหญ่ที่ให้ทุกช่องทางการติดต่ออยู่ในช่วง Gen Z (อายุน้อยกว่า 19 ปี) โดยผู้ที่มีรายได้สูงส่วนใหญ่จะให้อีเมล ในขณะที่ผู้ที่มีรายได้น้อยมักจะให้หมายเลขโทรศัพท์มือถือและบัญชีไลน์ นอกจากนี้จากการวิเคราะห์ข้อมูลยังพบว่า ผู้ให้ข้อมูลช่องทางการติดต่อส่วนใหญ่นั้น จะเป็นผู้ที่อยู่อาศัยในภาคใต้อีกด้วย</p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1173.jpg" alt=""></p>
<p>ไม่เพียงการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากแบบสำรวจเท่านั้น สถาบันฯ ยังได้ทำการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่อยู่อีเมลที่ได้รับจากการสำรวจสภาวการณ์ทำงานของประชากร พ.ศ. 2563 โดยทำการทดสอบผ่าน Voice platform ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการสำรวจออนไลน์ของสถาบันฯ ผ่านการตอบแบบสำรวจ เรื่องการรับรู้ความเสี่ยง พบว่าจากจำนวนอีเมล 513 บัญชี สามารถส่งได้สำเร็จทั้งสิ้นเพียง 391 บัญชี ในขณะที่อีก 122 บัญชี นั้นเป็นอีเมลที่ไม่มีอยู่จริง ถือเป็นสัดส่วนกว่า 24% ของข้อมูลที่อยู่อีเมลที่ได้รับ</p>
<p>จากการศึกษาวิจัยเบื้องต้นในครั้งนี้สรุปได้ว่า จึงเกิดเป็นคำถามสำคัญว่า หน่วยงานภาครัฐจะมีมาตรการอย่างไรในการเสริมสร้างและเพิ่มความไว้วางใจของประชาชนในการให้ข้อมูลและเป็นโจทย์ใหญ่ที่สถาบันฯ จะทำการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต</p>
<p>“วิธีการสร้างความไว้วางใจในเรื่องของการให้ข้อมูลนั้นสามารถทำได้ด้วยการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงประโยชน์ของการใช้ข้อมูลนั้น ๆ การสร้างความเชื่อมั่นว่าข้อมูลของประชาชนจะถูกเก็บรักษาอย่างปลอดภัย และการดำเนินการเก็บข้อมูลที่โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้” <strong>ผศ. ดร.ณัตติฤดี</strong> เสนอ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อมูลติดต่อทางอิเล็กทรอนิกส์ในการศึกษาครั้งนี้นั้น <strong>ผศ. ดร.ณัตติฤดี</strong> กล่าวว่าสถาบันฯ ได้ทำการทดลองและศึกษาวิจัย จากหมายเลขโทรศัพท์มือถือและบัญชีไลน์ เพื่อดูผลจากการตอบรับจากประชาชนต่อไป ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่สถาบันฯ ได้รับจากการสำรวจในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานสถิติแห่งชาติ และนโยบายการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของสถาบันฯ</p>
<h2>Building a Data-Driven Society: ขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูล</h2>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1181.jpg" alt=""></p>
<p>นอกจากการศึกษาความไว้วางใจของประชาชน ในการให้ข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐตามที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว การสร้างสังคมให้ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เป็นอีกหนึ่งความฝันที่ทางสถาบันฯ ต้องการไปให้ถึง โดย <strong>ฐิติพงษ์ เหลืองอรุณเลิศ หัวหน้า Data and Intelligence Lab</strong> อธิบายว่า Data-Driven Society คือ สังคมที่ขับเคลื่อนจากไม่รู้เป็นรู้ด้วยข้อมูล รู้เร็ว ย่อกระบวนการจัดการข้อมูล เพื่อให้นักวิเคราะห์ทำงานได้นานขึ้น รู้กว้าง เปิดโอกาสในการวิเคราะห์ที่หลากหลายและกระจายโอกาสในการวิเคราะห์ข้อมูลไปสู่ท้องถิ่น</p>
<p>อีกหนึ่งงานสำคัญของ <strong>Data and Intelligence Lab</strong> จึงเป็นการศึกษาและพัฒนาเครื่องมือเพื่อแสดงผลและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ในมิติต่าง ๆ เช่น ประชากร เศรษฐกิจ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เพื่อให้ผู้กำหนดนโยบายสาธารณะและผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปวิเคราะห์และออกแบบนโยบายสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ การทำให้สังคมเราเป็น data-driven ข้อมูลต้องเข้าถึงง่าย และควรมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสามารถนำข้อมูลเหล่านั้น ไปใช้ในการออกนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p>โดยเหตุนี้ ภายในงานดังกล่าว สถาบันฯ จึงได้เปิดตัว IPPD Data Map เครื่องมือที่ทาง Data &amp; Intelligence Lab พัฒนาขึ้นมา ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวจะช่วยทำให้ผู้ออกแบบนโยบายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถศึกษาความเชื่อมโยงและรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างชุดข้อมูลและระหว่างแต่ละพื้นที่ สร้างความรู้ความเข้าใจถึงสถานการณ์ของประเทศไทยในบริบทต่าง ๆ ได้อย่างบูรณาการมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนั้นยังสามารถช่วยชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่มีความสำคัญในการพัฒนา และนําไปสู่การออกแบบมาตรการหรือนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลและหลักฐาน</p>
<p><strong>ฐิติพงษ์</strong> ระบุว่า IPPD Data Map สามารถนำเสนอข้อมูลได้หลากหลายมิติ โดยเครื่องมือดังกล่าวจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูลและความรู้เพิ่มมากขึ้นใน 3 ด้าน ได้แก่</p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1193.jpg" alt=""></p>
<p><strong>รู้เร็ว</strong> ระบบจัดการข้อมูลหลากหลายชุดให้พร้อมต่อการวิเคราะห์ ย่นเวลาการจัดการข้อมูลที่มักเป็นอุปสรรคในการทำงานด้านข้อมูล เพิ่มเวลาในการวิเคราะห์เพื่อนำไปสู่การออกนโยบายได้เร็วขึ้นและถี่ขึ้น ไปจนถึงการใช้ระบบนี้เพื่อวัดผลนโยบายในอนาคตด้วย</p>
<p><strong>รู้กว้าง</strong> ระบบถูกสร้างบน grid ที่มีหลากหลายขนาด ซึ่งช่วยให้วิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลายได้ เช่น ข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์กับข้อมูลผารสำรวจความคิดเห็นในพื้นที่ขนาด 1 ตารางกิโลเมตร เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นการกระจายโอกาสในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เคยกระจุกอยู่ที่ส่วนกลาง ให้ขยายไปสู่ท้องถิ่น</p>
<p><strong>รู้ลึก</strong> ระบบเปิดให้วิเคราะห์ข้อมูล 1-4 ชุดพร้อมกัน โดยสามารถกดดูได้ทั้งในรูปแบบ Grid และพื้นที่การปกครอง โดยมีแผนที่ Heatmap แสดงข้อมูลเบื้องต้น และสามารถเจาะลึกเพื่อเปิด Data visualization เพื่อวิเคราะห์เจาะลึกบนเว็บไซต์ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์อื่นเพิ่มเติม</p>
<p>นอกจากนั้นแล้ว IPPD Data Map ยังสามารถเชื่อมต่อข้อมูลเพื่อแลกเปลี่ยน และสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรอื่น ๆ ทั้งระดับภาครัฐ เอกชน และประชาคมได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นการสืบสานเป้าประสงค์ของสถาบันฯ ในการสร้างสังคมที่ดีมีคุณภาพอย่างยั่งยืน</p>
<p>“จากดัชนีเรื่อง Global Open Data Index ในปี 2015 ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 42 จาก 122 แต่เราสามารถไปถึงเลขหลักเดียวได้ ถ้าเราปลดล็อคการใช้ข้อมูล การสร้างเครื่องมือเพื่อแปลงข้อมูลที่เคยเข้าถึงยากมาเป็นนโยบายสาธารณะก็เป็นวิธีหนึ่ง เมื่อข้อมูลถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น คนที่มีข้อมูลก็อยากเปิด เพราะเขาเห็นว่ามีประโยชน์ ทั้งกับองค์กรและกับการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า” <strong>ฐิติพงษ์</strong> ทิ้งท้าย</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/trust-data-driven-society-seminar/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โควิดทำให้คิดใหม่ ทางเลือกของมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนน</title>
		<link>https://ippd.or.th/covid-19_road_safety/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/covid-19_road_safety/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2020 16:41:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Beyond Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Data Story]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=5068</guid>

					<description><![CDATA[ทุกปีมีคนไทยกว่า 22,000 คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน เพื่อศึกษาประเด็นนี้อย่างถี่ถ้วน สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนานำเสนอเรื่องราวข้อมูล ที่จะพาผู้อ่านมาทำความเข้าใจข้อมูลและการวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่สาเหตุหลักการเสียชีวิตของคนไทย กลุ่มเสี่ยงของอุบัติเหตุบนท้องถนน ไปจนถึงผลประโยชน์ ต้นทุนและประสิทธิภาพในการลดอุบัติเหตุของมาตรการที่ภาครัฐบังคับใช้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเดินทางเป็นส่วนสำคัญในชีวิต เริ่มตั้งแต่การเดินทางไปทำงาน เดินทางไปเรียน เดินทางท่องเที่ยว แต่รู้หรือไม่ว่า ทุก ๆ ครั้งที่เราก้าวเท้าออกจากบ้าน เปรียบเสมือนการเข้าสู่สมรภูมิที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงถึงชีวิต นั่นก็คือ ความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเนื่องจากทุกปีมีคนไทยกว่า 22,000 คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ตัวเลขนี้ทำให้ประเทศไทยติดอันดับท็อปเทนของโลกมานานหลายปี (WHO, 2018) นอกจากนี้ อุบัติเหตุทางถนนยังก่อให้เกิดต้นทุนกว่า 540,000 ล้านบาทในแต่ละปี คิดเป็นร้อยละ 6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งถือเป็นภัยพิบัติทางสังคมและทางเศรษฐกิจของประเทศ (โอเจริญ, 2017)</p>
<p>เพื่อศึกษาประเด็นนี้อย่างถี่ถ้วน สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนานำเสนอเรื่องราวข้อมูล “โควิดทำให้คิดใหม่ ทางเลือกของมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนน” ที่จะพาผู้อ่านมาทำความเข้าใจข้อมูลและการวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่สาเหตุหลักการเสียชีวิตของคนไทย กลุ่มเสี่ยงของอุบัติเหตุบนท้องถนน ไปจนถึงผลประโยชน์ ต้นทุนและประสิทธิภาพในการลดอุบัติเหตุของมาตรการที่ภาครัฐบังคับใช้ </p>
<p><a href="https://data.ippd.or.th/roadsafety/" title="กดดูเรื่องราวข้อมูลฉบับเต็มได้ที่นี่">กดดูเรื่องราวข้อมูลฉบับเต็มได้ที่นี่</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/covid-19_road_safety/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>IPPD Map: แผนที่วิเคราะห์ข้อมูลหลายตัวแปร (Map for Multivariate Analysis)</title>
		<link>https://ippd.or.th/ippd-map/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/ippd-map/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2020 14:19:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Data tools]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=4780</guid>

					<description><![CDATA[แผนที่วิเคราะห์ข้อมูลหลายตัวแปรรวบรวมข้อมูลเชิงพื้นที่จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ ประชากรศาสตร์ การศึกษา สุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ เกษตรกรรม และอื่น ๆ ไว้ในที่เดียว เพื่อความสะดวกในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยแสดงผลข้อมูลด้วยแผนที่แจงสี (choropleth map) ที่จะช่วยให้เข้าใจค่าสถิติตามพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยได้ ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างชุดข้อมูล และระหว่างช่วงเวลาเพื่อให้คุณมองเห็นถึงความสัมพันธ์ของปัจจัยต่าง ๆ และทิศทางความเป็นไปตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเพื่อวิเคราะห์ถึงอนาคตต่อไป ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แผนที่วิเคราะห์ข้อมูลหลายตัวแปรรวบรวมข้อมูลเชิงพื้นที่จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ ประชากรศาสตร์ การศึกษา สุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ เกษตรกรรม และอื่น ๆ ไว้ในที่เดียว เพื่อความสะดวกในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยแสดงผลข้อมูลด้วยแผนที่แจงสี (choropleth map) ที่จะช่วยให้เข้าใจค่าสถิติตามพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยได้ ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างชุดข้อมูล และระหว่างช่วงเวลาเพื่อให้คุณมองเห็นถึงความสัมพันธ์ของปัจจัยต่าง ๆ และทิศทางความเป็นไปตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเพื่อวิเคราะห์ถึงอนาคตต่อไป </p>
<p>สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา หวังว่าผู้ใช้งานแผนที่ จะสามารถเข้าใจบริบทความเป็นไปของพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย ตังแต่ในระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับประเทศ ผ่านข้อมูลสถิติ ที่มีการบูรณาการหลากหลายมิติ จนสามารถเกิดกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศัยข้อเท็จจริง อันจะนำไปสู่การแสดงความเห็นและการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ ต่อการออกแบบนโยบายสาธารณะในอนาคตต่อไป</p>
<p><a href="https://data.ippd.or.th/map/">&quot;เข้าสู่ Data Tool&quot;</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/ippd-map/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประเทศไทยอยู่ตรงไหน ในการจัดการถุงพลาสติก?</title>
		<link>https://ippd.or.th/plastic-story/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Aug 2020 14:55:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Data & Intelligence Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Data Story]]></category>
		<category><![CDATA[Design & Testing Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic Project]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=4790</guid>

					<description><![CDATA[รู้หรือไม่ว่า ถุงพลาสติกอยู่คู่กับมนุษยชาติตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950 คิดค้นโดยวิศวกรชาวสวีเดน เพื่อใช้ทดแทนการผลิตถุงกระดาษจากการตัดไม้ทำลายป่า แต่กลับกลายเป็นว่า นับตั้งแต่ ค.ศ. 1950 จนถึงปัจจุบัน ทั่วโลกมีการผลิตพลาสติกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขยะพลาสติกจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นภาวะเร่งด่วนให้กับหลาย ๆ ประเทศ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รู้หรือไม่ว่า ถุงพลาสติกอยู่คู่กับมนุษยชาติตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950 คิดค้นโดยวิศวกรชาวสวีเดน เพื่อใช้ทดแทนการผลิตถุงกระดาษจากการตัดไม้ทำลายป่า แต่กลับกลายเป็นว่า นับตั้งแต่ ค.ศ. 1950 จนถึงปัจจุบัน ทั่วโลกมีการผลิตพลาสติกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขยะพลาสติกจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นภาวะเร่งด่วนให้กับหลาย ๆ ประเทศ</p>
<p>สำหรับมาตรการในประเทศไทย สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 มีมติเห็นชอบกลไกการขับเคลื่อนการงดแจกถุงพลาสติก หูหิ้วตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ว่าด้วยการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติกหูหิ้วในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป เพื่อลดและเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic) ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 &#8211; 2573 (Thailand&#8217;s Roadmap on Plastic Waste Management 2018 &#8211; 2030)</p>
<p>เพื่อศึกษาประเด็นเหล่านี้ สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนาชวนผู้ที่สนใจมาเปิดมุมมองกับเรื่องราวข้อมูล &quot;ประเทศไทยอยู่ตรงไหน ในการจัดการถุงพลาสติก?&quot; ที่จะพาผู้อ่านมาทำความเข้าใจที่มา การเติบโตของจำนวนขยะพลาสติก และมาตรการหรือเครื่องมือเชิงนโยบายที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกดำเนินการกับถุงพลาสติก</p>
<p><a href="https://data.ippd.or.th/plastic-story" title="รายละเอียดเพิ่มเติม">“เข้าสู่ data story”</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประเทศไทยอยู่ตรงไหน?: แผนภาพแสดงข้อมูลดัชนีระดับสากล</title>
		<link>https://ippd.or.th/where_thailand_is/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/where_thailand_is/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Aug 2020 14:25:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Data tools]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=4786</guid>

					<description><![CDATA[รวบรวมหลากหลายดัชนีที่สามารถแสดงได้สองแกนพร้อมกัน ในรูปแบบ Connected scatterplot โดยเส้นที่เชื่อมจุดข้อมูลแสดงแกนเวลาในระดับปี ซึ่งนำไปสู่การแสดงทิศทางของประเทศ และสามารถใช้เปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ได้ในแผนภาพเดียว]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แผนภาพเพื่อตอบคำถามที่ว่า “ประเทศไทยอยู่ตรงไหน?” โดยรวบรวมหลากหลายดัชนีที่สามารถแสดงได้สองแกนพร้อมกัน ในรูปแบบ Connected scatterplot โดยเส้นที่เชื่อมจุดข้อมูลแสดงแกนเวลาในระดับปี ซึ่งนำไปสู่การแสดงทิศทางของประเทศ และสามารถใช้เปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ได้ในแผนภาพเดียว</p>
<p><a href="https://ippd.or.th/where-thailand-is/">&quot;เข้าสู่ Data Tool&quot;</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/where_thailand_is/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทความสรุปงานเสวนาออนไลน์ “Thailand 2020s and Beyond: Building a Trust and Data &#8211; Driven Society”</title>
		<link>https://ippd.or.th/trust-data-driven-society/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/trust-data-driven-society/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2020 07:43:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[Public Opinion & Dialogue Lab]]></category>
		<category><![CDATA[data-driven]]></category>
		<category><![CDATA[society]]></category>
		<category><![CDATA[trust]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=3871</guid>

					<description><![CDATA[เรียบเรียง: รัสมิ์กร นพรุจกุล กระบวนการของการออกแบบนโยบ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h6 style="text-align: right;">เรียบเรียง: รัสมิ์กร นพรุจกุล</h6>
<p>กระบวนการของการออกแบบนโยบายสาธารณะ ประกอบไปด้วย การกำหนดนโยบาย (policy formation) การนำนโยบายไปปฏิบัติ (policy implementation) การประเมินผลนโยบาย (policy evaluation) และการพัฒนานโยบายอย่างต่อเนื่อง และปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับทุกภาคส่วน (policy maintenance and policy successions)(Mari, Ducan &amp; John, 2009) ทุกขั้นตอนนั้นจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งจะช่วยให้การนำนโยบายไปปฏิบัติ บรรลุตามเป้าหมายของการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนต่อไป โดยหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น คือความไว้วางใจของประชาชนต่อภาครัฐ</p>
<p>การให้ข้อมูลของประชาชนต่อองค์กรภาครัฐนั้น มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะองค์กรภาครัฐจะนำข้อมูลเหล่านั้น ไปใช้เพื่อการพัฒนาประเทศ แต่การที่ประชาชนจะให้ข้อมูลต่อภาครัฐหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการไว้วางใจของประชาชนต่อหน่วยงานภาครัฐนั้น (Dillman et al., 2014) โดยเฉพาะการให้ข้อมูลส่วนบุคคล หนึ่งในข้อมูลที่สำคัญสำหรับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ที่เป็นประโยชน์ต่อการเชื่อมเครือข่าย และการประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผ่านระบบฐานสถิติข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม ที่ถือเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนา และดูแลทางข้อมูลทางสถิติของประเทศไทย โดยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา (IPPD) ร่วมกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ได้จัดงานเสวนาออนไลน์ ในหัวข้อ <strong>“Thailand 2020s and Beyond: Building a Trust and Data – Driven Society”</strong> เพื่อใช้เป็นเวทีในการพูดคุย ถึงความไว้วางใจของประชาชนในการให้ข้อมูลต่อภาครัฐ รวมถึงการพัฒนาเครื่องมือ เพื่อแสดงผลและวิเคราะห์ข้อมูลภาพรวมของไทยในรูปแบบของพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การออกแบบนโยบายสาธารณะ บนพื้นฐานของข้อมูลหลากมิติ</p>
<p>การจัดงานเสวนาออนไลน์ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก <strong>คุณวันเพ็ญ พูลวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ</strong> กล่าวเปิดงาน โดยได้กล่าวถึงภาคีเครือข่ายระหว่างสำนักงานสถิติแห่งชาติกับสถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกันในการศึกษาวิจัยและพัฒนาฐานข้อมูล เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการออกแบบนโยบายสาธารณะและประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันศึกษาพัฒนาเครื่องมือในการนำเสนอข้อมูล เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าใจได้ง่าย และนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนอีกด้วย นอกจากนี้ <strong>คุณวันเพ็ญ</strong> ยังได้เล่าถึงบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปของสำนักงานสถิติแห่งชาติ หลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19 อีกด้วย จนทำให้หน่วยงานของสำนักฯ จำเป็นต้องใช้วิธีการใหม่ ๆ เช่น การใช้แบบสำรวจออนไลน์ หรือการนำข้อมูลทะเบียนเข้ามาใช้ในการทำสำมะโน รวมไปถึงการบูรณาการฐานข้อมูล จัดทำแบบสำรวจเชิงลึก ซึ่งทำให้การทำงานเป็นไปอย่างทันท่วงที ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน นำไปสู่การกำหนดนโยบายที่มีประสิทธิภาพ และตรงต่อความต้องการของประชาชน</p>
<p>จากนั้น <strong>ผศ. ดร.ณัตติฤดี เจริญรักษ์ หัวหน้า Public Opinion and Dialogue Lab สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา</strong> ได้อธิบายถึงทฤษฎี Social Exchange ซึ่งได้ระบุถึง 3 ปัจจัยที่จะส่งผลต่อการเข้าร่วมทำแบบสำรวจของประชาชน ได้แก่ ประโยชน์ที่จะได้รับ ต้นทุนที่จะเสียไป และความไว้วางใจ (Dillman et al., 2014) ซึ่งสถาบันฯ ได้หยิบประเด็นด้านความไว้วางใจของประชาชน ต่อการให้ของประชาชนต่อภาครัฐมาศึกษา ผ่านการให้ข้อมูลเลขบัตรประชาชนจากแบบสำรวจ 2 ชุด ได้แก่ แบบสำรวจสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2556 และแบบสำรวจการเปลี่ยนแปลงประชากร พ.ศ. 2558 – 2559 ซึ่งเป็นการนำเก็บข้อมูลทั่วประเทศ พบว่า มีผู้ตอบแบบสำรวจให้หมายเลขบัตรประชาชนจากทั้ง 2 แบบสำรวจนั้น อยู่ที่ประมาณ 65% โดยผู้อยู่อาศัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็น 2 ภาคที่ให้ข้อมูลมากที่สุด นอกจากนี้ ข้อมูลจากแบบสำรวจทั้ง 2 ชิ้นนั้นพบว่า ผู้ที่มีแนวโน้มในการให้ข้อมูลส่วนใหญ่นั้น จะที่มีที่อยู่อาศัยนอกเขตเทศบาล มีรายได้น้อย ผู้ให้ข้อมูลหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม Baby Boomer (56 &#8211; 74 ปี) ทั้งนี้ การศึกษาครั้งนี้ยังมีข้อจำกัด ในการตรวจสอบความถูกต้อง ของหมายเลขบัตรประชาชนที่ได้รับจากแบบสำรวจ</p>
<p>ด้านการให้ข้อมูลติดต่อทางอิเล็กทรอนิกส์ (หมายเลขโทรศัพท์มือถือ อีเมล และบัญชีไลน์ (LINE ID)) <strong>ผศ. ดร.ณัตติฤดี</strong> เปิดเผยว่า ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ จากแบบสำรวจสภาวการณ์ทำงานของประชาชน พ.ศ. 2563 พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจให้หมายเลขโทรศัพท์จำนวนมากที่สุดถึง 56.17% รองลงมา ได้แก่ บัญชีไลน์ (14.24%) และอีเมล (1.84%) ทั้งนี้ การให้ช่องทางการติดต่อขึ้นอยู่กับรายได้อีกด้วย ผู้มีรายได้น้อยมักจะให้หมายเลขโทรศัพท์และ LINE ID ในขณะที่ผู้มีรายได้สูงส่วนใหญ่ จะให้อีเมลเป็นช่องทางการติดต่อ ทั้งยังพบว่าผู้ที่ให้ข้อมูลช่องทางการติดต่อทางอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่นั้น จะเป็นกลุ่มคน Gen Z (อายุต่ำกว่า 19 ปี) และอาศัยอยู่ทางภาคใต้</p>
<p>นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังได้ทำการศึกษาการให้ความร่วมมือของประชาชน ในการให้ข้อมูลของประชาชน ผ่านทางอีเมลที่ได้รับจากแบบสำรวจข้างต้น ผ่านการสำรวจออนไลน์เรื่องการรับรู้ความเสี่ยง เพื่อศึกษาทัศนคติต่อความเสี่ยงด้านฝุ่นควันและมลภาวะ และไฟป่า จำนวน 513 บัญชี พบว่า อีเมลได้ที่รับนั้นกว่า 122 บัญชี (24%) เป็นอีเมลที่ไม่มีบัญชีอยู่จริง และมีเพียง 25 คน (6.4%) เท่านั้นที่ตอบกลับแบบสำรวจ จึงเป็นคำถามใหญ่ต่อองค์กรภาครัฐต่าง ๆ ว่า จะสร้างความไว้วางใจต่อประชาชนอย่างไร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และสามารถนำมาใช้ในการออกแบบ และวางแผนนโยบายในอนาคตต่อไปได้</p>
<p>นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังได้พัฒนาการนำเสนอข้อมูลสู่สาธารณะในรูปแบบต่าง ๆ เช่น dashboard หรือการเล่าเรื่องแบบ data story รวมไปถึง data map ที่สามารถนำเสนอข้อมูลในหลากหลายมิติ <strong>คุณรพี สุวีรานนท์ หัวหน้า Data and Intelligence Lab (DAI)</strong> สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา กล่าวถึงแผนงานที่ DAI lab ได้ดำเนินการอยู่ คือ data map ซึ่งเป็นเครื่องมือในการแสดงผลที่เพิ่มความเข้าใจให้กับประชาชน และกลุ่มผู้ออกแบบนโยบาย ยังสามารถนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบ วางแผน และการตัดสินใจด้านนโยบายได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงพบปัญหาจากการใช้ data map เป็นเครื่องมือในการแสดงข้อมูล เช่น การเข้าถึงข้อมูล ที่ยังไม่มีความบูรณาการระหว่างองค์กรมากเพียงพอ หรือการสร้างความเข้าใจที่ในบางครั้ง ยังจำกัดอยู่ที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ รวมไปถึงการสร้างความเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มข้อมูล ซึ่งจะต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้ จากทั้งภาครัฐและเอกชน ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึง และทำความเข้าใจได้ด้วยตนเอง รวมถึงมีแอปพลิเคชันที่รองรับการแสดงแผนที่อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเปรียบเทียบข้อมูล และวิเคราะห์ผลได้ง่าย</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>คุณรพี</strong> ยังกล่าวถึงเป้าหมายการพัฒนา data map ของสถาบันฯ ที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยการสร้างความเข้าใจประเด็นต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมผ่านข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ซึ่งจะเพิ่มการถกเถียงกันด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ มากกว่าการใช้อารมณ์ ความเชื่อ หรือทัศนคติส่วนตัว นอกจากนี้ ยังสามารถนำชุดข้อมูลต่าง ๆ มาเปรียบเทียบ เพื่อดูความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นได้ด้วย มากไปกว่านั้น แผนภาพ data map ที่ออกมา ยังสามารถแสดงผลในทั้งในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด ภูมิภาค และประเทศ ซึ่งในปัจจุบัน สถาบันฯ ได้พัฒนาข้อมูลเรื่องฝุ่น PM2.5 โดยนำปัจจัยที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการวิเคราะห์ด้วย เช่น การนำข้อมูลฝุ่นที่เกิดขึ้นทั่วประเทศไทย มาแสดงผลตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ปริมาณของฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ ช่วงก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือ PM2.5 กับอุตสาหกรรมการเกษตร เป็นต้น ผลงานในอนาคตของ DAI lab จะพัฒนาชุดข้อมูลให้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้ง สามารถเปรียบเทียบชุดข้อมูลได้เพิ่มมากขึ้น และดูข้อมูลตามช่วงเวลาได้อีกด้วย สามารถดูตัวอย่างผลงานของสถาบันฯ ใน data story “ฝุ่นมาจากไหน? เมื่อ Big Data พบ Small Particles” ได้ที่ <a href="https://ippd.or.th/pm2-5/">https://ippd.or.th/pm2-5/</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/trust-data-driven-society/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
