<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Data Story &#8211; IPPD</title>
	<atom:link href="https://ippd.or.th/category/data-story/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://ippd.or.th</link>
	<description>สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 12 Oct 2020 10:19:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.4.6</generator>

<image>
	<url>https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/cropped-ippd-32x32.png</url>
	<title>Data Story &#8211; IPPD</title>
	<link>https://ippd.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โควิดทำให้คิดใหม่ ทางเลือกของมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนน</title>
		<link>https://ippd.or.th/covid-19_road_safety/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/covid-19_road_safety/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2020 16:41:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Beyond Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Data & Intelligence Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Data Story]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=5068</guid>

					<description><![CDATA[ทุกปีมีคนไทยกว่า 22,000 คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน เพื่อศึกษาประเด็นนี้อย่างถี่ถ้วน สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนานำเสนอเรื่องราวข้อมูล ที่จะพาผู้อ่านมาทำความเข้าใจข้อมูลและการวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่สาเหตุหลักการเสียชีวิตของคนไทย กลุ่มเสี่ยงของอุบัติเหตุบนท้องถนน ไปจนถึงผลประโยชน์ ต้นทุนและประสิทธิภาพในการลดอุบัติเหตุของมาตรการที่ภาครัฐบังคับใช้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเดินทางเป็นส่วนสำคัญในชีวิต เริ่มตั้งแต่การเดินทางไปทำงาน เดินทางไปเรียน เดินทางท่องเที่ยว แต่รู้หรือไม่ว่า ทุก ๆ ครั้งที่เราก้าวเท้าออกจากบ้าน เปรียบเสมือนการเข้าสู่สมรภูมิที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงถึงชีวิต นั่นก็คือ ความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเนื่องจากทุกปีมีคนไทยกว่า 22,000 คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ตัวเลขนี้ทำให้ประเทศไทยติดอันดับท็อปเทนของโลกมานานหลายปี (WHO, 2018) นอกจากนี้ อุบัติเหตุทางถนนยังก่อให้เกิดต้นทุนกว่า 540,000 ล้านบาทในแต่ละปี คิดเป็นร้อยละ 6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งถือเป็นภัยพิบัติทางสังคมและทางเศรษฐกิจของประเทศ (โอเจริญ, 2017)</p>
<p>เพื่อศึกษาประเด็นนี้อย่างถี่ถ้วน สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนานำเสนอเรื่องราวข้อมูล “โควิดทำให้คิดใหม่ ทางเลือกของมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนน” ที่จะพาผู้อ่านมาทำความเข้าใจข้อมูลและการวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่สาเหตุหลักการเสียชีวิตของคนไทย กลุ่มเสี่ยงของอุบัติเหตุบนท้องถนน ไปจนถึงผลประโยชน์ ต้นทุนและประสิทธิภาพในการลดอุบัติเหตุของมาตรการที่ภาครัฐบังคับใช้ </p>
<p><a href="https://data.ippd.or.th/roadsafety/" title="กดดูเรื่องราวข้อมูลฉบับเต็มได้ที่นี่">กดดูเรื่องราวข้อมูลฉบับเต็มได้ที่นี่</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/covid-19_road_safety/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประเทศไทยอยู่ตรงไหน ในการจัดการถุงพลาสติก?</title>
		<link>https://ippd.or.th/plastic-story/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Aug 2020 14:55:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Data & Intelligence Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Design & Testing Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic Project]]></category>
		<category><![CDATA[Public Opinion & Dialogue Lab]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=4790</guid>

					<description><![CDATA[รู้หรือไม่ว่า ถุงพลาสติกอยู่คู่กับมนุษยชาติตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950 คิดค้นโดยวิศวกรชาวสวีเดน เพื่อใช้ทดแทนการผลิตถุงกระดาษจากการตัดไม้ทำลายป่า แต่กลับกลายเป็นว่า นับตั้งแต่ ค.ศ. 1950 จนถึงปัจจุบัน ทั่วโลกมีการผลิตพลาสติกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขยะพลาสติกจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นภาวะเร่งด่วนให้กับหลาย ๆ ประเทศ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รู้หรือไม่ว่า ถุงพลาสติกอยู่คู่กับมนุษยชาติตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950 คิดค้นโดยวิศวกรชาวสวีเดน เพื่อใช้ทดแทนการผลิตถุงกระดาษจากการตัดไม้ทำลายป่า แต่กลับกลายเป็นว่า นับตั้งแต่ ค.ศ. 1950 จนถึงปัจจุบัน ทั่วโลกมีการผลิตพลาสติกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขยะพลาสติกจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นภาวะเร่งด่วนให้กับหลาย ๆ ประเทศ</p>
<p>สำหรับมาตรการในประเทศไทย สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 มีมติเห็นชอบกลไกการขับเคลื่อนการงดแจกถุงพลาสติก หูหิ้วตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ว่าด้วยการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติกหูหิ้วในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป เพื่อลดและเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic) ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 &#8211; 2573 (Thailand&#8217;s Roadmap on Plastic Waste Management 2018 &#8211; 2030)</p>
<p>เพื่อศึกษาประเด็นเหล่านี้ สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนาชวนผู้ที่สนใจมาเปิดมุมมองกับเรื่องราวข้อมูล &quot;ประเทศไทยอยู่ตรงไหน ในการจัดการถุงพลาสติก?&quot; ที่จะพาผู้อ่านมาทำความเข้าใจที่มา การเติบโตของจำนวนขยะพลาสติก และมาตรการหรือเครื่องมือเชิงนโยบายที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกดำเนินการกับถุงพลาสติก</p>
<p><a href="https://data.ippd.or.th/plastic-story" title="รายละเอียดเพิ่มเติม">“เข้าสู่ data story”</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฝุ่นมาจากไหน? เมื่อ Big Data พบ Small Particles</title>
		<link>https://ippd.or.th/pm2-5/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/pm2-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2020 07:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Beyond Growth]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=3078</guid>

					<description><![CDATA[เพื่อจะจัดการกับต้นตอของปัญหานี้ให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนาจึงมองว่า การใช้คลังข้อมูลขนาดใหญ่และหลากมิติอย่าง Big Data เพื่อค้นหา วิเคราะห์และตอบโจทย์ จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการมอง ‘ฝุ่นจิ๋ว’ ให้ไม่จิ๋วอีกต่อไป]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul><li><strong><h4>ฝุ่นควันที่คุกคามชีวิตคนไทย และคร่าชีวิตคนไทยกว่าปีละ 2 หมื่นคน แท้จริงแล้วมาจากไหน?</h4></strong></li><li><strong><h4>ชีวิตและสุขภาพปอดของพวกเรา สุดแล้วแต่ดินฟ้าอากาศจะเมตตา หรือที่จริงแล้วเรามีทางเลือกที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อคุณภาพอากาศที่ดีกว่านี้? และหากจะลุกขึ้นแก้ไข จะต้องเริ่มที่ตรงไหน?</h4></strong></li><li><strong><h4>ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีคำพูดมากมายเกี่ยวกับต้นตอของฝุ่นควัน ไม่ว่าจะเป็นการเผาไม้ทำลายป่า หรือมลภาวะในเมืองใหญ่ ความจริงเบื้องหลังที่มาของฝุ่นควัน มันขาวดำอย่างที่คุยกันจริงใช่ไหม?</h4></strong></li></ul>



<br> <br>



<p>เพื่อจะจัดการกับต้นตอของปัญหานี้ให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนาจึงมองว่า การใช้คลังข้อมูลขนาดใหญ่และหลากมิติอย่าง Big Data เพื่อค้นหา วิเคราะห์และตอบโจทย์ จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการมอง ‘ฝุ่นจิ๋ว’ ให้ไม่จิ๋วอีกต่อไป</p>



<div style="position: relative; width: 100%; padding-top: 68%;"><figure><iframe style="position: absolute; left: 0; top: 0; width: 100%; height: 100%;" src="https://cdn.knightlab.com/libs/juxtapose/latest/embed/index.html?uid=18d8e100-a0a0-11ea-a7cb-0edaf8f81e27" frameborder="0"></iframe></figure></div>



<h6 class="wp-block-heading"><span style="font-weight: 400;">Photo credit: ภาพซ้าย Roy Cavanagh (Thaizer.com) ภาพขวา EPA-EFE PHOTO</span></h6>



<p>หากคุณเป็นคนกรุงเทพฯ ในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา เชื่อว่าคุณเองคงเป็นคนหนึ่งที่มักรู้สึกระคายคอบ่อย คันตา จมูกตัน แต่ไปหาหมอทีไรก็พบว่าไม่ได้เป็นหวัด&nbsp; ทั้ง ๆ ที่ตัวคุณเองก็รักสุขภาพ และออกกำลังกายเป็นประจำ</p>



<p>หมอเพียงบอกว่าอาการทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของฝุ่นควันที่ชื่อว่า “PM2.5”</p>



<p>เคยสงสัยไหมว่า เมืองที่ตนเองเติบโต กรุงเทพฯ ในบัดนั้นที่คุณวิ่งเล่นกลางแจ้งกับเพื่อน ๆ นั่งตุ๊กตุ๊กไปมาบุญครองสมัยเรียน ความเจริญทำให้กรุงเทพฯ ในบัดนี้กลายเป็นเมืองแห่งฝุ่นควันไปได้อย่างไรกัน</p>



<p>“เฮ้ย มันไม่ใช่ความผิดคนกรุงหรอก รถเยอะตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว มันจะอยู่ดี ๆ มามีฝุ่นตอนนี้ได้ยังไง” คุณปลอบใจตัวเอง พลางเปิดทีวีดูข่าวพี่น้องชาวเหนือที่กำลังประสบวิกฤตปัญหาฝุ่นควันที่ถือว่าเข้าขั้นอันตรายต่อสุขภาพยิ่งกว่าฝุ่นในเมืองหลวงมากนัก</p>



<div style="position: relative; width: 100%; padding-top: 51%;"><figure><iframe style="position: absolute; left: 0; top: 0; width: 100%; height: 100%;" src="https://cdn.knightlab.com/libs/juxtapose/latest/embed/index.html?uid=c204076e-a0a0-11ea-a7cb-0edaf8f81e27" frameborder="0"></iframe></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">Photo credit: </span><span style="font-weight: 400;"><a href="https://iglu.net/survivor-guide-chiang-mai-smoky-season/">iglu</a></span></p>



<p><span style="color: inherit; font-size: 1.25rem;">อย่างไรก็ดี ท่ามกลางข้อถกเถียงมากมายต่อต้นตอของฝุ่น บ้างก็ว่า&nbsp;</span></p>



<p>“มันผิดที่ชาวสวนชาวไร่มักง่าย เผาป่า เผาอ้อยกันจนทั้งประเทศเดือดร้อน” หรือ<br>“ถ้าโทษใครคนแรก ก็ต้องโทษคนกรุงนั่นแหละ ทำรถติด อากาศสกปรก”</p>



<p>เชื่อว่า คุณเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ต้นตอของปัญหานี้แท้จริงมันมาจากที่ไหน และมีใครในประเทศไทยที่พอจะเห็นทางออกบ้าง</p>



<br> <br>



<h3 class="wp-block-heading"><b>ความกระจ่างต้องเริ่มต้นที่ข้อมูล</b></h3>



<p>สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนาเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันอย่างมีประสิทธิภาพจะต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างจริงจัง โดยเราเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลคุณภาพอากาศจาก 4 แหล่งหลัก ได้แก่ ภาครัฐ ที่อยู่อาศัย โรงเรียน และสถานที่อื่น ๆ รวมกว่า 500 สถานีวัดคุณภาพอากาศ เป็นเวลาทุกวันตลอดระยะเวลา 1 ปีครึ่ง</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/05/gif-fast.gif" alt=""/></figure>



<p><span style="color: inherit; font-size: 1.25rem;">จากแผนที่ด้านบนที่สีแดงและม่วงแสดงถึงค่าฝุ่นระดับอันตราย ในขณะที่สีเหลืองและเขียวที่แสดงค่าฝุ่นระดับปกติ จะพบว่าในแต่ละวันระดับค่าฝุ่นมีความแตกต่างกันไม่น้อยเลยทีเดียวในแต่ละภูมิภาค&nbsp;</span></p>



<p>มีคำอธิบายได้ร้อยแปดว่าทำไมจึงเกิดความแตกต่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ โรงงาน ไปจนถึงการเผาไร่เผาป่า หรือแม้กระทั่งฝนฟ้าที่เป็นใจไม่เท่ากันในแต่ละท้องที่ ในแต่ละห้วงเวลา</p>



<p>ในช่วงวิกฤตโควิดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้เองก็เหมือนกัน มีเรื่องน่าสงสัยไม่น้อยเกี่ยวกับวิกฤตฝุ่นควันที่ยังไม่จบสิ้นหากดูจากข้อมูล</p>



<div style="position: relative; width: 100%; padding-top: 80%;"><figure><iframe style="position: absolute; left: 0; top: 0; width: 100%; height: 100%;" src="https://cdn.knightlab.com/libs/juxtapose/latest/embed/index.html?uid=9192ef6c-ad13-11ea-a30b-0edaf8f81e27" frameborder="0"></iframe></figure></div>



<p>ในกรุงเทพฯ ดูเหมือนระดับฝุ่นควันจะลดลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ หลังจากที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจถูกยุติลงอย่างกระทันหัน</p>



<div style="position: relative; width: 100%; padding-top: 80%;"><figure><iframe style="position: absolute; left: 0; top: 0; width: 100%; height: 100%;" src="https://cdn.knightlab.com/libs/juxtapose/latest/embed/index.html?uid=557d19ca-a184-11ea-a7cb-0edaf8f81e27" frameborder="0"></iframe></figure></div>



<p>ทว่าในขณะเดียวกันเชียงใหม่กลับขึ้นแท่นกลายเป็นเมืองที่มีปริมาณฝุ่นควันอันดับหนึ่งของโลกหลายครั้งหลายครา ซึ่งตรงกับช่วงไฟป่าพอดี แล้วถ้าเราดูทั้งปีล่ะ?</p>



<p>ไฟป่าหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจกันแน่ที่เป็นตัวการหลัก?</p>



<p><br> <br></p>



<h3 class="wp-block-heading"><b>มองฝุ่นควัน PM2.5 ให้ครบมุมด้วย Big Data</b></h3>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ippd-11-icon-2-1024x428.jpg" alt=""/></figure>



<p><span style="color: inherit; font-size: 1.25rem;">การแก้ไขปัญหาฝุ่นควันจึงจำเป็นที่จะต้องทราบต้นตอให้ได้ว่าค่าฝุ่นที่กำลังเปลี่ยนแปลงในแต่ละเวลา แต่ละสถานที่ เปลี่ยนแปลงด้วยเหตุผลใด และในปริมาณมากน้อยเพียงใด&nbsp;</span></p>



<p>เราจึงประกอบชุดข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุดในการวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกับฝุ่น PM2.5 ถึง 11 มิติในรัศมีรอบสถานีวัดคุณภาพอากาศ</p>



<p>สำหรับทุก ๆ ค่าฝุ่นที่วัดได้จากเครื่องวัดมลภาวะอากาศจำนวนกว่า 500 เครื่องในประเทศไทย เราทำการรวบรวมข้อมูลว่าปัจจัยรอบ ๆ เครื่องวัดเหล่านี้ ได้แก่ ความหนาแน่นประชากร ประเภทของการใช้ที่ดิน ปริมาณรถยนต์บนถนน ดินฟ้าอากาศ ลมฝนและความดัน ภูมิประเทศ การเผาป่าเผาที่ และร้านรวง ไปจนถึงจำนวนและระยะห่างจากโรงงาน มีลักษณะอย่างไรในทุก ๆ วัน โดยศึกษาย้อนหลังตลอดช่วง 1.5 ปีที่ผ่านมา</p>



<p>การมองฝุ่นได้ครบ 360 องศา&nbsp; ทำให้เราได้เห็นว่าในแต่ละวัน ฝุ่นควันที่คนกรุงเทพฯ และคนเชียงใหม่กำลังหายใจเข้าไปนั้น คงไม่ได้มาจากต้นตอเดียวกันแน่ ๆ</p>



<figure><iframe style="width: 0px; border: none; min-width: 100% !important; height: 790px;" title="[ Insert title here ]" src="https://datawrapper.dwcdn.net/ur9m2/3/" height="600" frameborder="0" scrolling="no" aria-label="chart"></iframe></figure>



<br> <br>



<h3 class="wp-block-heading"><b>คนผลิตฝุ่น ?</b></h3>



<p>เพื่อแยกแยะที่มาของฝุ่นในแต่ละท้องที่ท่ามกลางความซับซ้อนหลากมิตินี้ เราจึงทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคทางเศรษฐมิติอย่าง multiple regression model (การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ) ซึ่งเป็นการศึกษาความสัมพันธ์หรือความเชื่อมโยงระหว่างค่าฝุ่น PM2.5 ว่ามีลักษณะผันแปรไปกับปัจจัยอิสระต่าง ๆ กว่าอีก 160 ปัจจัยอย่างไรบ้าง</p>



<figure><iframe style="width: 0px; border: none; height: 316px; min-width: 100% !important;" title="[ Insert title here ]" src="https://datawrapper.dwcdn.net/7X2Kv/1/" height="189" frameborder="0" scrolling="no" aria-label="Stacked Bars"></iframe></figure>



<br> <br>



<p>ตัวเลขข้างบนแสดงผลสัดส่วนของปัจจัยต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของค่าฝุ่น นั่นหมายความว่า หากค่าฝุ่น PM2.5 เพิ่มขึ้น ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากปัจจัยใดและคิดเป็นค่าฝุ่นเท่าไหร่ สีฟ้าหมายถึง ปัจจัยที่มาจากธรรมชาติ ส่วนสีส้มหมายถึง ปัจจัยที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของคน</p>



<p>ผลวิเคราะห์บ่งบอกว่าต้นตอของฝุ่นในประเทศไทยหาใช่ใครอื่นไกลเลย หากแต่เป็นฝีมือของพวกเราทุกคนเองนี่แหละ หากพิจารณาตามสัดส่วนสีจากแผนภูมิด้านบน เราพบว่า</p>



<ul><li>ปัจจัยตามธรรมชาติ (สีฟ้า) อย่างอุณหภูมิ ลม ความชื้น ความกดอากาศ หรือปริมาณน้ำฝน มีผลกับฝุ่น PM2.5 เพียง 25%&nbsp; ในขณะที่อีก 75% ที่เหลือเป็นผลผลิตของมนุษย์ทั้งสิ้น (สีส้ม) ไม่ว่าจะเป็นมลพิษจากชุมชนเมือง การเผาไหม้ของยานพาหนะ ตลอดจนควันพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม มลพิษจากภาคเกษตรกรรมอย่างการเผานาข้าว หญ้า หรือขยะต่าง ๆ</li><li>ความอึดอัดของชาวเหนือ คือ ไฟป่า ซึ่งเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของฝุ่น PM2.5 ถึง 16% และเข้มข้นกว่าภาคอื่น ๆ 35 เท่า จึงเป็นสาเหตุว่าพอถึงฤดูไฟป่าเมื่อไหร่ ปริมาณฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือถึงเพิ่มขึ้นสูงกว่าบริเวณภาคอื่น ๆ อย่างมาก ซ้ำร้ายเรายังพบว่าพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรมมีความเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณฝุ่น สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดฝุ่นจากอัคคีภัยบ่อยครั้ง</li><li>ในทางกลับกัน สาเหตุที่คนกรุงเทพฯ เผชิญกับปัญหาฝุ่นควันรุนแรงไม่แพ้คนภาคเหนือ ทั้ง ๆ ที่กรุงเทพฯ เองก็ไม่ได้มีไฟป่าที่รุนแรงเท่า มาจากความเสี่ยงจากพื้นที่เขตเมืองที่เป็นศูนย์กลางความหนาแน่นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ มีผลต่อการสร้างฝุ่นถึง 35% ซึ่งสูงมากกว่าการเผาเสียอีก จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมปริมาณฝุ่นยังคงมีได้อยู่ตลอดและสูงขึ้นในบางพื้นที่ได้ ทั้งที่ไม่ใช่ฤดูไฟป่า หรือฤดูที่เกษตรเผาหญ้า อ้อย ฟางข้าว</li></ul>



<h3 class="wp-block-heading"> </h3>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ippd-infographic-1-1024x536.jpg" alt=""/></figure>



<p>หมายเหตุ: การได้รับ PM2.5 1 micron/m3/วัน มีผลต่อสุขภาพเท่ากับการสูบบุหรี่ 22 มวน (Muller, 2015)</p>



<br><br>



<h3 class="wp-block-heading"><b>ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทุกลมหายใจ</b></h3>



<p>มัจจุราชล่องหนอย่าง PM2.5 แม้เราจะมองไม่เห็น แต่อันตรายที่เกิดจากมลพิษชนิดนี้กลับมหาศาล และทุก ๆ คนในสังคมกำลังเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ OECD ประเมินว่า ในปี 2561 ต้นทุนทางสังคมจากฝุ่นพิษของไทยมีมูลค่ามากถึง 530,000 ล้านบาทหรือประมาณร้อยละ 3.64 ของ GDP ต่อปี (OECD, 2017) โดยตัวเลขนี้สะท้อนถึงมูลค่าของชีวิตที่ต้องสูญเสียจากมลพิษทางอากาศ รวมถึงค่าเสียโอกาสจากผลกระทบด้านสุขภาพจากปัญหาฝุ่นควัน อาทิ จำนวนวันที่ต้องรักษาพยาบาลจากโรค อายุขัยที่สั้นลง เป็นต้น</p>



<br> <br>



<h3 class="wp-block-heading"><b>จากข้อมูลขนาดใหญ่สู่การแก้ไขในพื้นที่</b></h3>



<p>การศึกษาเบื้องต้นของเราเริ่มสร้างความกระจ่างแล้วว่า ต้นตอของฝุ่นในแต่ละที่มีที่มาไม่เหมือนกัน มีต้นทุนต่อสังคมไม่เท่ากัน จึงไม่ใช่ว่าทุกพื้นที่ที่จะต้องการวิธีการแก้ไขในรูปแบบเดียวกัน หรือต้องการมาตรการที่มีความเข้มข้นเท่ากัน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศเพียง 500 สถานี ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ นั่นหมายความว่า ยังมีอีกหลายจังหวัดมากมายที่ขณะนี้ยังมีแต่ข้อมูลฟันหลอ (data gap) ทำให้ยังไม่สามารถไขต้นตอของฝุ่นควันเพื่อนำไปสู่การแก้ไขได้อย่างตรงจุด</p>



<blockquote><h5 style="text-align: center;">“กรุงเทพ ฯ มีความหนาแน่นของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ<br>มากกว่าเมืองใดในโลก และความสำเร็จนี้เป็นไปได้จากความร่วมมือ<br>ขององค์กรพัฒนาเอกชนและประชาชนทุกคนที่ช่วยริเริ่มการเก็บข้อมูล<br>แบบละเอียดในระดับจุลภาค ซึ่งจะเป็นพื้นฐานข้อมูลด้านสุขภาพ<br>ที่จะนำไปสู่การแก้ไขหรือปรับปรุงคุณภาพอากาศต่อไป”<br>&#8211; Yann Boquillod, Air Quality Monitoring Director, IQAir AirVisual</h5></blockquote>



<p>สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนามองว่า เรายังต้องศึกษาเรื่องฝุ่นควันให้ลึกขึ้น เข้มข้นขึ้น และครอบคลุมให้มากขึ้น หากจะขับเคลื่อนนโยบายที่จะสามารถตอบสนองต่อความเเตกต่างของแต่ละพื้นที่ได้จริง โดยเริ่มต้นจากการติดตั้งเครื่องวัดคุณภาพอากาศให้มากขึ้น เพื่ออุดช่องว่างของข้อมูลฟันหลอ</p>



<p>อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจคือ การติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศเพิ่มเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถช่วยลดปัญหามลพิษฝุ่นได้เป็นแน่ <strong></strong></p>



<h4 class="wp-block-heading">ความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงชุมชน และประชาชน จะมีความสำคัญ&nbsp;และคนตัวเล็ก ๆ อย่างเราทุกคนเริ่มได้ด้วยการปรับเปลี่ยนชีวิตประจำวันง่าย ๆ เช่น การใช้ขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว ไปจนถึงการทำตามนโยบายอย่างจริงจัง เช่น ตรวจสอบเครื่องยนต์ให้ตรงตามมาตรฐานการปล่อยควัน หรือ ลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เป็นต้น เพื่อวันหนึ่งคนไทยจะได้สูดอากาศที่ดีได้เท่า ๆ กัน</h4>



<br> <br>



<strong style="color: inherit; font-size: 1.25rem;">อ้างอิง</strong></p>



<ul><li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Muller, R., &amp; Muller, E. (2015). </span><i><span style="font-weight: 400;">Air Pollution and Cigarette Equivalence</span></i><span style="font-weight: 400;">. Berkeley Earth. Retrieved 29 May 2020, from </span><a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence/"><span style="font-weight: 400;">http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence</span></a><span style="font-weight: 400;">.</span></li><li style="font-weight: 400;">OECD.stat. (2017). <i style="background-color: transparent; color: inherit;">Mortality, morbidity and welfare cost from exposure to environment-related risks</i><span style="background-color: transparent; color: inherit;">. Retrieved 29 May 2020, from </span><a>https://stats.oecd.org/index.aspx?queryid=72722#</a><span style="background-color: transparent; color: inherit;">.</span></li></ul>



<p><strong><br></strong><strong style="color: inherit; font-size: 1.25rem;"><a href="https://drive.google.com/file/d/19ZKAVdLyujS7UapL4QotGjAsOeWb2DfG/view?usp=sharing" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ข้อมูลและระเบียบวิธีวิจัย</a><br></strong><strong style="color: inherit; font-size: 1.25rem;"><br>คณะผู้จัดทำ</strong></p>



<ul><li>คณะบรรณาธิการ: พิชชาภา จุฬา และมาพร เลิศสุริย์เดช</li><li>คณะผู้เขียน: สเตฟาน รุสท์เลอร์, ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ และชลธิศ ยังวิวัฒน์</li><li>คณะผู้วิเคราะห์ข้อมูล: ฌานุวรรษ อัศวเมนะกุล และพีรกานต์ จิตรภักดี</li><li>คณะผู้พัฒนาแผนภาพ: ฐิติพงษ์ เหลืองอรุณเลิศ, ดร. ภูริพันธุ์ รุจิขจร, รพี สุวีรานนท์,<br>อภิวรรณ ดวงภุมเมศ และธสฤษฏ์ บุญศิริ</li></ul>



<p><strong style="color: inherit; font-size: 1.25rem;"><br></strong><strong style="word-spacing: 3px; color: inherit; font-family: inherit; font-size: 1.25rem;">ขอขอบคุณคณะผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษา</strong></p>



<ul><li>นพ. วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ &#8211; ผู้จัดการแผนงานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลก</li><li>รัตนาภรณ์ อิงแฮม &#8211; องค์การอนามัยโลก สำนักงานประเทศไทย</li><li>นพ. หิรัญวุฒิ แพร่คุณธรรม &#8211; กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค</li><li>รศ. ดร. วิษณุ อรรถวานิช &#8211; มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</li></ul>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/pm2-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
