<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Plastic Project &#8211; IPPD</title>
	<atom:link href="https://ippd.or.th/category/plastic-project/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://ippd.or.th</link>
	<description>สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 13 Sep 2021 04:50:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.4.7</generator>

<image>
	<url>https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/cropped-ippd-32x32.png</url>
	<title>Plastic Project &#8211; IPPD</title>
	<link>https://ippd.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รายงานประจำปี 2562-2563 สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา</title>
		<link>https://ippd.or.th/annual-report-2019-2020/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/annual-report-2019-2020/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2021 07:32:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Beyond Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Data & Intelligence Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Design & Testing Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Foresight & Futures Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic Project]]></category>
		<category><![CDATA[Reports]]></category>
		<category><![CDATA[annual-report]]></category>
		<category><![CDATA[IPPD]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=6352</guid>

					<description><![CDATA[นโยบายสาธารณะที่ดีควรเป็นนโยบายที่ให้ความสนใจ กับการพัฒ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นโยบายสาธารณะที่ดีควรเป็นนโยบายที่ให้ความสนใจ กับการพัฒนาในระยะยาวอย่างยั่งยืน โดยมองไปถึง “อนาคต” ไม่ใช่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เป็นนโยบายที่เห็น “คนเป็นศูนย์กลางและเป้าหมายของการพัฒนา” ไม่ได้เห็นเป็นเครื่องมือของการพัฒนา แต่เป็นนโยบายที่อยู่บนพื้นฐานของ “ข้อมูลเชิงลึกและหลักฐาน จากการทดสอบและทดลอง”</p>
<p>ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สถาบันฯ ได้วางรากฐานการขับเคลื่อนงานเพื่อสร้างนโยบายสาธารณะที่ดีขึ้น ผ่าน “เครื่องมือใหม่” “เสียงใหม่” และ “มุมมองใหม่” และทำงานร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายชั้นนำ ทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 40 องค์กร อาทิเช่น สำนักงานสถิติแห่งชาติ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กลุ่มธนาคารโลก เป็นต้น โดยนำเครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาบูรณาการในการพัฒนานโยบายสาธารณะ เพื่อให้ครอบคลุมมิติที่หลากหลาย ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดสังคมที่น่าอยู่ขึ้น เป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ต่อทุกภาคส่วนในสังคม</p>
<p>มาดูกันว่ามีโครงการใดที่น่าสนใจ และสามารถต่อยอดต่อไปเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศไทยต่อไป</p>
<h4><a href="https://drive.google.com/file/d/1oomXcaAzpvsuRDuPu6MCfxCsUTs7SP4q/view?usp=sharing" title="ดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2562-2563 ของ IPPD ได้ที่นี่">ดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2562-2563 ของ IPPD ได้ที่นี่</a></h4>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/annual-report-2019-2020/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จริงเหรอ? ใครๆ ก็ไม่รักถุงพลาสติกถุงหูหิ้ว: ผลการศึกษาแบบสำรวจพฤติกรรมถุงพลาสติกหูหิ้วจากการสำรวจออนไลน์ โดย IPPD Voice และ Social Listening</title>
		<link>https://ippd.or.th/why-dont-love-plastic/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/why-dont-love-plastic/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Dec 2020 03:00:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[plastic-project]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=6169</guid>

					<description><![CDATA[เรื่อง:&#160;ชลิตา สุนันทาภรณ์ เรียบเรียง: ผศ. ดร. ณัตต [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h6 style="text-align: right;">เรื่อง:&nbsp;ชลิตา สุนันทาภรณ์<br />
เรียบเรียง: ผศ. ดร. ณัตติฤดี เจริญรักษ์, อธิโชค พิมพ์วิริยะกุล</h6>
<ul>
<li>IPPD จัดทำการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคถุงพลาสติกหูหิ้วผ่านแบบสำรวจ 2 วิธี ได้แก่ IPPD Voice การสำรวจบนแพลทฟอร์มออนไลน์และการสำรวจแบบตัวต่อตัว โดยจากการสำรวจทั้งหมดพบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมาตรการงดให้ถุงพลาสติกหูหิ้ว พร้อมเสนอให้ภาครัฐดำเนินการอย่างอื่นด้วย เช่น การให้ความรู้ในการแยกขยะ หรือการปรับปรุงระบบจัดการขยะให้ดีขึ้น</li>
<li>Social Listening เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทางสถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา ได้นำมาศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคถุงพลาสติกหูหิ้ว โดยสถาบันฯ ได้ทำการศึกษาร่วมกับ Wisesight พบว่ามีข้อความเชิงเห็นด้วยกับมาตรการ 41% ไม่เห็นด้วยกับมาตรการ 25% และเป็นกลาง 34% (สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Social Listening ได้ที่ บทความ <a title="'เก็บเสียงผ่านตัวอักษรด้วย Social Listening'" href="https://ippd.or.th/social-listening/">&#8216;เก็บเสียงผ่านตัวอักษรด้วย Social Listening&#8217;</a>)</li>
</ul>
<p>นับตั้งแต่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ดำเนินนโยบายงดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ เพื่อลดปัญหาถุงพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งที่เป็นวิกฤติต่อการจัดการขยะพลาสติกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ก็เกิดความคิดเห็นออกมาหลากหลายเสียง ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รวมถึงยังมีผู้ได้รับผลกระทบตามรายทางที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้บริโภคอย่างประชาชนที่ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง</p>
<p>สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา (IPPD) จึงได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคถุงพลาสติกทั้งก่อนและหลัง โดยได้มีการทำแบบสำรวจออกมาในสองวิธี ได้แก่ การสำรวจบน IPPD Voice ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มการสำรวจออนไลน์ของสถาบันฯ ระหว่างวันที่ 10 &#8211; 22 เมษายน พ.ศ. 2563 และ การสำรวจแบบตัวต่อตัว (Face to Face survey) นอกจากนี้สถาบันฯ ยังได้ทำการศึกษาการรับฟังความเห็นประชาชนที่มีต่อการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก ด้วยระบบ Social Listening ผ่านเครื่องมือการรับฟังเสียงประชาชนบนโซเชียลมีเดีย (Social Listening) อีกด้วย</p>
<p>และนี่คือ ผลสรุปจากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติก ณ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 ของทางสถาบันฯ เพื่อนำเสนอทางเลือกการแก้ไขปัญหาถุงพลาสติกที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ผ่านการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล และรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง มองภาพรวมของระบบนิเวศบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างครบวงจร</p>
<h2>จริงหรือไม่ คนไทยไม่เห็นด้วยต่อมาตรการฯ?: สรุปรายงานการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติก ณ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 ในรูปแบบออนไลน์และการสำรวจแบบตัวต่อตัว</h2>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/11/IPPD-Online-Survey-Comparison-01.png" alt=""></p>
<p>จากการสำรวจทั้งสองวิธีพบว่า ประชาชนผู้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจทั้งหมดนั้นให้ความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันกล่าวคือ ประชาชนส่วนมากจากแบบสำรวจทั้ง 2 ชุดนั้นรับทราบถึงการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติกหูหิ้ว น่าสนใจกว่านั้นยังพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่จากแบบสำรวจ รู้สึกเห็นด้วยกับมาตรการนี้ (58.91%) รองลงมา คือ ผู้ตอบแบบสอบถามที่เห็นด้วยมากที่สุด (22.74%) และ ผู้ตอบแบบสอบถามที่รู้สึกเฉยๆ ไม่ใช่ทั้งเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย (17.11%) ตามลำดับ</p>
<p>ขณะที่ ส่วนใหญ่แล้วประชาชนเห็นด้วยกับมาตรการการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติกหูหิ้ว ถึง ร้อยละ 81.65 รู้สึกเห็นด้วยกับมาตรการนี้ 58.91% ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ส่วนใหญ่รู้สึกเห็นด้วยมากที่สุดกับมาตรการนี้ (59.29%) รองลงมา คือ ผู้ตอบแบบสอบถามที่เห็นด้วย (23.18%) และ ผู้ตอบแบบสอบถามที่รู้สึกเฉยๆ ไม่ใช่ทั้งเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย (9.19%) ตามลำดับ</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น ประชาชนทั้งสองกลุ่มยังเสนอข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อจัดการกับถุงพลาสติกที่คล้ายคลึ งด้วยเช่นกัน กล่าวคือ ผู้ตอบแบบสอบถามออนไลน์ ควรใช้มาตรการการจัดการ พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น หลอดพลาสติก ห่อขนมพลาสติก และควรให้ความรู้เรื่องการแยกขยะกับผู้บริโภคมาใช้ในการจัดการปัญหาถุงพลาสติกในประเทศไทย ขณะด้านผู้ตอบแบบสำรวจแบบตัวต่อตัวเสนอให้ควรใช้วัสดุอื่นทดแทนถุงพลาสติกหูหิ้ว/ถุงก๊อปแก๊ป รวมถึงภาครัฐควรมีการปรับปรุงระบบการจัดการขยะมาใช้ในการจัดการปัญหาถุงพลาสติกในประเทศไทย</p>
<h2>เปรียบเทียบก่อน vs หลังพฤติกรรม “พก” และ “รับ” ถุงพลาสติกของผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์และการสำรวจแบบตัวต่อตัว</h2>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/11/IPPD-Online-Survey-Comparison-02-1.png" alt=""></p>
<p>พฤติกรรมการพกถุงผ้าหรือถุงใช้ซ้ำเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมอย่างหนึ่งที่ทางสถาบันฯ ศึกษาสืบเนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวสามารถสะท้อนถึงจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงความถี่ในการสร้างจำนวนขยะพลาสติกครั้งเดียวทิ้งได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี จากข้อคำถามก่อนมาตรการขอความร่วมมือ จาการทำแบบสำรวจทั้ง 2 ชุดพบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจทั้งออนไลน์และแบบสำรวจแบบตัวต่อตัว มีพฤติกรรมใกล้เคียงกัน กล่าวคือ “ไม่พกเลย” (0 ครั้ง) มากที่สุด อย่างไรก็ตามหลังจากมีมาตรการขอความร่วมมือออกมา กลับพบว่าพฤติกรรมในการพกถุงของผู้ตอบแบบสำรวจทั้ง 2 ชุดมีการพลิกกันอย่างสุดขั้วและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือ “พกทุกครั้ง” (10 ครั้ง) มากที่สุด</p>
<p>จากข้อคำถามดังกล่าว สะท้อนให้เห็นได้เป็นอย่างดีว่า ประชาชนที่ร่วมตอบแบบสำรวจนั้น มีการปฏิบัติตามมาตรการขอความร่วมมือของภาครัฐอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ดี ความน่าสนใจกลับอยู่ที่ว่าข้อคำถามดังกล่าวยังไม่สามารถชี้ชัดได้อย่างฟันธงว่าการที่ผู้ตอบแบบสอบถามพกถุงใช้ซ้ำหรือถุงผ้านั้น สามารถช่วยสร้างหรือเพิ่มจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมได้จริงหรือไม่</p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/11/IPPD-Online-Survey-Comparison-03-1.png" alt=""></p>
<p>เมื่อสอบถามถึงแบบสำรวจแบบตัวต่อตัว ต่อพฤติกรรมการรับถุงพลาสติกช่วงก่อนมีการขอความร่วมมือ พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่มีพฤติกรรม “รับทุกครั้ง” (10 ครั้ง) ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ส่วนใหญ่มีพฤติกรรม “รับเป็นประจำ” (1 &#8211; 3 ครั้ง) ในทางกลับกัน เมื่อสอบถามถึงหลังการขอความร่วมมือพบว่า โดยส่วนมากแล้วผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์มีพฤติกรรม “ไม่รับเลย” (0 ครั้ง) เช่นเดียวกับผู้ตอบแบบสำรวจแบบตัวต่อตัว ที่ตอบว่า “ไม่รับเลย” มากที่สุดเช่นเดียวกัน</p>
<p>จากข้อคำถามดังกล่าว แสดงให้เห็นได้ว่า หลังมีมาตรการขอความร่วมมือเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ประชาชนส่วนมากมีจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น กล่าวคือ คำนึงถึงและเลือกที่จะไม่รับถุงพลาสติกเพื่อลดปัญหาการใช้ถุงพลาสติกครั้งเดียวทิ้งที่มีการแจกในห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าทั่วไปกันมากขึ้น นอกจากนี้ในคำถามชุดนี้ยังสะท้อนให้เห็นอีกด้วยว่า การรับหรือไม่รับถุงพลาสติกอาจแสดงให้เห็นว่า ประชาชนผู้ตอบแบบสำรวจอาจไม่ได้มีการพกถุงผ้าหรือพกถุงใช้ซ้ำติดตัวไปด้วยก็ได้ แต่พวกเขาเหล่านั้นเลือกที่จะไม่รับถุง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขานั้นมีจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้นจากการออกมาตรการดังกล่าว</p>
<h2>สำรวจพฤติกรรมและความคิดเห็นชาวเน็ตผ่าน social listening</h2>
<p>ความคิดเห็นจากโซเชียลมีเดียจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบนโยบายสาธารณะได้ เครื่องมืออย่าง “social listening” กระบวนการติดตามการสนทนาเกี่ยวกับหัวข้อ คำหลักหรือคีย์เวิร์ด และวลีที่เฉพาะเจาะจงบนโซเชียลมีเดีย (Social Media) จึงมีความน่าสนใจในการนำมาใช้ในการเก็บความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ เนื่องจากสามารถเก็บข้อมูลได้อย่างทันท่วงที และสามารถเก็บข้อมูลย้อนหลังในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้อีกด้วย</p>
<p>สถาบันฯ จึงได้ศึกษาพฤติกรรมและความคิดเห็นของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อนโยบายงดแจกถุงพลาสติกหูหิ้วของรัฐบาลที่ประกาศเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา โดยเก็บข้อมูลทั้งก่อนและหลังการประกาศนโยบาย (1 ธันวาคม พ.ศ. 2562 – 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563) จำนวนกว่า 117,977 ข้อความจากโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อนำไปศึกษาความคิดเห็นของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อนโยบายฯ ของรัฐบาล พบว่า ประเด็นส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องจะอยู่ในแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กเป็นหลัก รองลงมาได้แก่ ทวิตเตอร์ และอื่น ๆ เช่น สำนักข่าว การโฆษณาจากร้านค้า สื่อด้านสิ่งแวดล้อม และดาราหรือศิลปิน เป็นต้น</p>
<p>ผลการศึกษาในครั้งนี้ยังทำให้เห็นถึงความแตกต่างของแต่ละแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เก็บข้อมูลมาด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น โพสต์ที่ได้รับความนิยมบนเฟซบุ๊ก จะเป็นโพสต์จากร้านสะดวกซื้อในการรณรงค์การงดแจกถุงพลาสติก แตกต่างจากโพสต์ที่ได้รับความนิยมบนทวิตเตอร์ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นการโพสต์ของบุคคลทั่วไป มีความหลากหลายทางความคิดเห็นมากกว่าเฟซบุ๊ก และโพสต์ที่มีผู้เข้ามามีส่วนร่วม (engagement) มากที่สุด เป็นโพสต์ที่ไม่เห็นด้วยกับงานวิธีการงดแจกถุงพลาสติกอย่างฉับพลัน</p>
<p>น่าสนใจกว่านั้น เมื่อนำข้อความมาเปรียบกันตามช่วงเวลา จะเห็นได้ว่าจำนวนข้อความที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการงดแจกถุงพลาสติกหูหิ้วกลายเป็นประเด็นได้ที่รับการพูดถึงมากที่สุดในช่วงวันที่ 1 &#8211; 7 มกราคม พ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นสัปดาห์แรกหลังการออกนโยบาย อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนกลับไปดูข้อมูลในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 พบว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจตั้งแต่ก่อนการออกนโยบาย และกลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ยังให้ความสนใจนโยบายอย่างต่อเนื่องไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ก่อนที่แนวโน้มของการพูดคุยถึงนโยบายนี้จะลดลง โดยมีความคิดเห็นเชิงบวกต่อมาตรการสูงมากกว่าความคิดเห็นเชิงลบเล็กน้อย</p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/11/IPPD-Online-Survey-Comparison-04.png" alt=""></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเก็บข้อมูลและการทำแบบสำรวจทั้งหมดในครั้งนี้มีระยะเวลาเพียง 6 เดือน ทำให้ความคิดเห็นและทัศนคติที่ได้รับจากประชาชนยังเป็นระยะของการตื่นตัวอยู่เท่านั้น จำเป็นที่จะต้องติดตามผลของการดำเนินนโยบายดังกล่าวในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น ซึ่งจะทำให้เห็นถึงมุมมองของประชาชนต่อนโยบาย และสามารถนำไปใช้ในการออกแบบ ปรับปรุง และพัฒนานโยบายสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้</p>
<p>โดยท่านสามารถหาอ่านข้อสรุปเกี่ยวกับผลการศึกษาพฤติกรรมถุงพลาสติกหูหิ้วจากงานเสวนาออนไลน์ ซีรีส์ “ประเทศไทยอยู่ตรงไหน?” ในหัวข้อ “คนไทยรักษ์โลกแค่ไหน? พลาสติก ไวรัส หรือใครที่ทำร้ายโลก?” ได้ที่ <a href="https://ippd.or.th/plastic-online-seminar/">https://ippd.or.th/plastic-online-seminar/</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/why-dont-love-plastic/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทสรุปงานประชุมวิชาการ ประจำปี 2563 หัวข้อ Building a Sustainable Society</title>
		<link>https://ippd.or.th/sustainable-seminar/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/sustainable-seminar/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Oct 2020 04:56:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[IPPD]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable-society]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=5880</guid>

					<description><![CDATA[เขียน: ชลิตา สุนันทาภรณ์ ประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h6 style="text-align: right;">เขียน: ชลิตา สุนันทาภรณ์</h6>
<p>ประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีมากขึ้น สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (gross domestic product: GDP) ที่เพิ่มขึ้นตาม แต่เช่นเดียวกันเราทุกคนเองก็ต้องการสร้างสังคมที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่จะมีวิธีการใดได้บ้างที่สังคมไทยจะไปถึงเป้าหมานั้นได้?</p>
<p>กลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญที่สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนาให้ความสนใจ ทั้งยังเป็นหนึ่งในหัวข้อ <strong>“Building a Sustainable Society” จากงานการประชุมวิชาการประจำปี ในหัวข้อ “Thailand 2020s and Beyond: Building a Better Society Together”</strong> เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2563 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 1 ชั้น 5 อาคารสามย่านมิตรทาวน์ โดย <strong>อาจารย์ว่าน ฉันทวิลาสวงศ์ หัวหน้า Foresight and Futures Lab</strong> เพื่อนำเสนอมุมมองการวิเคราะห์และออกแบบนโยบายสาธารณะที่มองอย่างเป็นระบบและรอบด้าน รวมถึงการมองเป้าหมายการพัฒนาร่วมกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายและประชาชน</p>
<h2>การพัฒนาระบบนิเวศ + การพัฒนาเศรษฐกิจ = การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน</h2>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1152.jpg" alt=""></p>
<p><strong>อาจารย์ว่าน ฉันทวิลาสวงศ์ หัวหน้า Foresight and Futures Lab</strong> บอกเล่าให้ฟังว่าทุกวันนี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของทั่วโลกนั้นเพิ่มสูงขึ้น สังเกตได้จากที่ GDP ของโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี หากมองไปที่ความมั่งคั่งอย่างครอบคลุมทุกมิติ โดยอ้างอิงจาก Inclusive Wealth Index ที่ทางโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme หรือ UNEP) รายงานไว้เมื่อปี 2014 จะพบว่า โลกของเราไม่ได้พัฒนาความมั่งคั่งที่เทียบเท่ากับ GDP และนั่นแสดงให้เห็นว่าถึงแม้การผลิตของมนุษยชาติจะสูงขึ้น แต่ทรัพยากรมนุษย์เราไม่ได้พัฒนาด้วยอัตราการเติบโตที่เท่ากัน มากไปกว่านั้น ในทางกลับกันทรัพยากรธรรมชาติกลับมีแต่จะลดลง จนอาจกล่าวได้ว่า สมดุลในการพัฒนาอย่างยั่งยืนคือการพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อม และ เศรษฐกิจควบคู่กันไป เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่สังคมไทยต้องเริ่มหันมาใส่ใจและพยายามก้าวเข้าหาสมดุลดังกล่าวอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น</p>
<p>“การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนนั้นต้องดูที่ความจำเป็นพื้นฐานของสังคม แต่ในขณะที่เราพยายามจะตอบโจทย์สังคมนั้น เราต้องดูด้วยว่าระบบนิเวศยอมให้เราไปถึงได้ขนาดไหน? เพราะเพดานของระบบนิเวศกับความจำเป็นขั้นพื้นฐานของสังคมอยู่คู่กันตลอดเวลา หากเราต้องการจะพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน การพัฒนาอย่างสมดุลคือการพัฒนาที่มุ่งสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนในสังคมโดยไม่ล่วงเกินศักยภาพของการทำงานของสิ่งแวดล้อม” <strong>อาจารย์ว่าน</strong>กล่าว</p>
<h2>Plastic Project: นำเสนอทางเลือกการแก้ไขปัญหาถุงพลาสติกที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน</h2>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1154.jpg" alt=""></p>
<p>การพัฒนาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องคิดถึงเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่จะต้องปกป้องธรรมชาติและฟื้นฟูธรรมชาติไปพร้อม ๆ กัน ทั้งนี้ การจะไปสู่สังคมที่ดีขึ้น ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น ต้องเริ่มจากการทำให้การรักษาธรรมชาติเป็นเรื่องง่าย</p>
<p>ด้วยเหตุนั้น สถาบันฯ จึงได้จัดทำโครงการวิเคราะห์และออกแบบนโยบายและมาตรการจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเน้นถุงพลาสติกหูหิ้ว สืบเนื่องจากมาตรการงดใช้ถุงหูหิ้วพลาสติกเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกของประชาชนในช่วงเร่งรีบ กล่าวคือ ยิ่งรีบ ยิ่งสร้างขยะ พร้อมทั้งนำเสนอทางเลือกเชิงนโยบายต่อไปแก่ภาครัฐ</p>
<p>น่าสนใจกว่านั้น จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติก ณ วันที่ 1 มกราคม 2563 ที่จัดทำขึ้นโดยสถาบันฯ ผ่านระบบออนไลน์ สัมภาษณ์ตัวต่อตัว และ Social Listening พบว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมาตรการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติกหูหิ้ว แต่คนที่อยู่รายล้อมพลาสติก ยังคงมีอยู่หลายภาคส่วน ซึ่งมีความกังวล ข้อท้าทาย ข้อหน่วงรั้ง ที่ทำให้ไม่สามารถปรับลดการใช้พลาสติกได้รวดเร็วอย่างที่คิด การเข้าใจคนกลุ่มนี้จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการปรับพฤติกรรมของห่วงโซ่การผลิต ใช้ และทิ้งถุงพลาสติกหูหิ้วเพื่อให้สังคมไทยรักษาธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p>นอกจากนั้นแล้ว จากการทำแบบสำรวจดังกล่าวพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ที่ร่วมตอบแบบสำรวจเสนอข้อเสนอแนะต่อการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วใช้ครั้งเดียวว่า ภาครัฐควรเพิ่มความหลากหลายในการใช้ถุงพลาสติกให้มากขึ้น มีมาตรฐานพลาสติกที่ชัดเจน และให้ความรู้ด้านการแยกขยะให้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังควรคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่อยู่ตามรายทางของวงโคจรถุงพลาสติกหูหิ้ว เพราะการรักษาธรรมชาติควรทำให้เป็นเรื่องง่ายที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงได้</p>
<p>“ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมาตรการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติกหูหิ้ว แต่คนที่อยู่รายล้อมพลาสติกมีหลายภาคส่วน ซึ่งมีความกังวล ข้อท้าทาย ข้อหน่วงรั้ง ที่ทำให้ไม่สามาารถปรับลดการใช้พลาสติกได้รวดเร็วอย่างที่คิด การเข้าใจคนกลุ่มนี้จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาธรรมชาติ” <strong>อาจารย์ว่าน</strong>กล่าว</p>
<h2>สร้างพื้นที่สีเขียว ใกล้ใจ ใกล้การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน</h2>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1160.jpg" alt=""></p>
<p>นอกเหนือจากการปกป้องธรรมชาติแล้ว การฟื้นฟูธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ เราจึงจะเห็นได้ว่าหลาย ๆ ประเทศมีความพยายามเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติกันมากขึ้น โดยสามารถเห็นตัวอย่างได้อย่างชัดเจนจากประเทศสิงคโปร์ที่มีความพยายามพัฒนาและสร้างพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>หันกลับมาดูที่ประเทศไทย เราต้องไปไกลแค่ไหนถึงจะเจอธรรมชาติ โดยจากข้อมูลของ Global Forest Watch พบว่าประเทศไทยมีแค่ 30% ที่เป็นพื้นที่ที่ร่มไม้หนา (ความหนาแน่นต่อ 1 ตร.กม.) กล่าวคือ ความหนาแน่นของประเทศไทยน้อยมาก โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือที่ห่างไกลจากพื้นที่สีเขียว และยิ่งซูมเข้ามายังหัวเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานครหรือนครราชสีมา จะพบว่ามีความห่างไกลจากพื้นที่สีเขียวค่อนข้างมาก น่าสนใจกว่านั้น พื้นที่ที่มีป่าไม้อย่างหนาแน่นในประเทศไทยกลับเป็นพื้นที่ในอุทยานและป่าอนุรักษ์ที่ประชาชนเข้าถึงได้ยาก ทำให้พื้นที่ชุมชนหลายส่วนที่อยู่ติดป่าไม้ กลับไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าวได้ จากการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ดังกล่าว พบว่า พื้นที่ที่มีความหนาแน่นของประชากรสูงนั้นแทบไม่มีพื้นที่สีเขียวอยู่เลย จนอาจกล่าวได้ว่า ที่ไหนมีคน ที่นั่นไม่มีต้นไม้</p>
<p>อย่างไรก็ดี ย้อนกลับไปดูอีกมุมหนึ่ง คนไทยรู้สึกมองว่าตัวเองเข้าถึงธรรมชาติได้ยากหรือง่ายแค่ไหน โดยจากการสำรวจที่สถาบันฯ ได้ทำร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ค่าเฉลี่ยของคนไทยมองว่าตัวเองสามารถเข้าถึงธรรมชาติได้เพียง 3.94 (จาก 0 = ไม่มีและ 1-10 = เข้าถึงได้ยากและง่ายตามลำดับ) ขณะที่คนไทยในเขตเทศบาลมองว่าตัวเองสามารถเข้าถึงธรรมชาติได้ 2.82 และคนไทยนอกเขตเทศบาลมองตัวเองอยู่ที่ 4.86</p>
<p>แล้วจะทำให้คนไทยเข้าถึงพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นได้อย่างไร <strong>อาจารย์ว่าน</strong>เสนอแนะว่า หนึ่งวิธีในการสร้างสังคมยั่งยืนคือการสร้างบทบาทให้ธรรมชาติใกล้ชิดชีวิตคนมากขึ้น เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นทั้งในและนอกเขตเทศบาล การพัฒนาอย่างยั่งยืนจะต้องอาศัยเศรษฐกิจใหม่ที่ช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ทุกคนโดยไม่ล่วงเกินศักยภาพในการทำงานของสิ่งแวดล้อม ต้องสร้างการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวในเมืองให้มากขึ้น และส่งเสริมเกษตรยั่งยืนอย่างการทำวนเกษตรหรือการปลูกป่าไปพร้อมกับการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ชนบท</p>
<p>“เพราะเมื่อเราคุยกันเรื่องพื้นที่สีเขียวเราจะไม่ค่อยพูดเรื่องเศรษฐกิจ การสร้างงาน หรือการกระจายรายได้กลับคืนมา แต่จริง ๆ คือเมื่อไรพื้นที่สีเขียวใกล้จิตใจคน เมื่อนั้นก็จะตามมาด้วยการรักษ์ธรรมชาติและการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน” <strong>อาจารย์ว่าน</strong>ทิ้งท้าย</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/sustainable-seminar/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประเทศไทยอยู่ตรงไหน ในการจัดการถุงพลาสติก?</title>
		<link>https://ippd.or.th/plastic-story/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Aug 2020 14:55:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Data & Intelligence Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Data Story]]></category>
		<category><![CDATA[Design & Testing Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Public Opinion & Dialogue Lab]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=4790</guid>

					<description><![CDATA[รู้หรือไม่ว่า ถุงพลาสติกอยู่คู่กับมนุษยชาติตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950 คิดค้นโดยวิศวกรชาวสวีเดน เพื่อใช้ทดแทนการผลิตถุงกระดาษจากการตัดไม้ทำลายป่า แต่กลับกลายเป็นว่า นับตั้งแต่ ค.ศ. 1950 จนถึงปัจจุบัน ทั่วโลกมีการผลิตพลาสติกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขยะพลาสติกจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นภาวะเร่งด่วนให้กับหลาย ๆ ประเทศ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รู้หรือไม่ว่า ถุงพลาสติกอยู่คู่กับมนุษยชาติตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950 คิดค้นโดยวิศวกรชาวสวีเดน เพื่อใช้ทดแทนการผลิตถุงกระดาษจากการตัดไม้ทำลายป่า แต่กลับกลายเป็นว่า นับตั้งแต่ ค.ศ. 1950 จนถึงปัจจุบัน ทั่วโลกมีการผลิตพลาสติกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขยะพลาสติกจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นภาวะเร่งด่วนให้กับหลาย ๆ ประเทศ</p>
<p>สำหรับมาตรการในประเทศไทย สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 มีมติเห็นชอบกลไกการขับเคลื่อนการงดแจกถุงพลาสติก หูหิ้วตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ว่าด้วยการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติกหูหิ้วในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป เพื่อลดและเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic) ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 &#8211; 2573 (Thailand&#8217;s Roadmap on Plastic Waste Management 2018 &#8211; 2030)</p>
<p>เพื่อศึกษาประเด็นเหล่านี้ สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนาชวนผู้ที่สนใจมาเปิดมุมมองกับเรื่องราวข้อมูล &quot;ประเทศไทยอยู่ตรงไหน ในการจัดการถุงพลาสติก?&quot; ที่จะพาผู้อ่านมาทำความเข้าใจที่มา การเติบโตของจำนวนขยะพลาสติก และมาตรการหรือเครื่องมือเชิงนโยบายที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกดำเนินการกับถุงพลาสติก</p>
<p><a href="https://data.ippd.or.th/plastic-story" title="รายละเอียดเพิ่มเติม">“เข้าสู่ data story”</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประเทศไทยอยู่ตรงไหน?: ทำไมขยะพลาสติกในทะเลถึงสำคัญกับเรา?</title>
		<link>https://ippd.or.th/why-plastic-bags-are-so-bad/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/why-plastic-bags-are-so-bad/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Aug 2020 16:36:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=5064</guid>

					<description><![CDATA[เรื่อง: บุษบา คงปัญญากุล / พันธกานต์ นิมมานเหมินท์เรียบ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[

<h6 class="is-layout-flow wp-block-group-is-layout-flow" style="text-align: right;">เรื่อง: บุษบา คงปัญญากุล / พันธกานต์ นิมมานเหมินท์<br />เรียบเรียง: อธิโชค พิมพ์วิริยะกุล / ชลิตา สุนันทาภรณ์</h6>


<p><strong>TAKEAWAYS:</strong></p>


<ul><li>สามในสี่ของขยะทะเล คือขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งขว้าง และไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม จึงทำให้ตกค้างอยู่ในธรรมชาติ</li><li>แพขยะทะเลที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน ได้แก่ “แพขยะขนาดใหญ่แห่งแปซิฟิก (Great Pacific Garbage Patch)” และพบว่ามีขนาดเท่ากับ 3 เท่าของพื้นที่ประเทศไทย </li><li>ชวนดู data storytelling หัวข้อ “ประเทศไทยอยู่ตรงไหน? ตอน การจัดการถุงพลาสติก?” จัดทำโดย IPPD (<a href="https://data.ippd.or.th/plastic-story/">https://data.ippd.or.th/plastic-story/</a>)</li></ul>


<div style="height:100px" aria-hidden="true" class="wp-block-spacer"></div>


<hr class="wp-block-separator"/>


<div style="height:100px" aria-hidden="true" class="wp-block-spacer"></div>


<p>ขยะพลาสติกกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ ที่ทั่วโลกให้การจับตามองอยู่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา </p>


<p>จากข่าวที่ปรากฎให้เห็นตามสื่อบ่อยครั้ง ทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ขยะพลาสติกสร้างผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ และระบบนิเวศมาโดยตลอด ประเทศไทยของเราถือเป็นตัวเต็งที่ปล่อยขยะพลาสติกจำนวนมากสู่สิ่งแวดล้อม เห็นได้จากการที่ประเทศไทยเคยติด 1 ใน 10 อันดับของประเทศที่ติดขยะลงทะเลมากที่สุด ในปี พ.ศ. 2558 (Science, 2558)</p>


<p>ปัญหาขยะพลาสติกจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญ ที่สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนาให้ความสนใจ และกำลังศึกษาข้อมูลของบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อหาทางและนำเสนอทางเลือก ให้กับการออกแบบนโยบายสาธารณะ สำหรับประเทศไทยต่อไปในอนาคตในเรื่องที่เกี่ยวข้องนี้</p>


<p>และนี่คือบทความว่าด้วย ประเทศไทยอยู่ตรงไหน? ในหัวข้อ “ทำไมขยะพลาสติกในทะเลถึงสำคัญกับเรา?” เพื่อตอบข้อสงสัยว่า ขยะพลาสติกในทะเลคืออะไร และทำไมจึงได้รับความสนใจอย่างมาก</p>


<h2 class="wp-block-heading">ขยะทะเลคืออะไร?</h2>


<p>ชัดเจนตามชื่อ ขยะทะเลหมายถึง ขยะที่สะสมอยู่ในทะเล ประกอบไปด้วยเศษวัสดุหลากหลายชนิด และถูกทิ้งมาจากหลายแหล่งที่มา รวมทั้งที่ถูกพัดพามาด้วยกระแสลมและกระแสน้ำ จนมารวมตัวกันอยู่ในทะเล</p>


<blockquote class="wp-block-quote"><p>“สามในสี่ของขยะทะเลคือขยะพลาสติก” </p><cite>(Secretariat of the Convention on Biological Diversity, 2559)</cite></blockquote>


<p>จากรายงานของ ICNC ปี 2563 พบว่า มีขยะพลาสติกจากทั่วโลก 12 ล้านตัน ไหลลงสู่ทะเลทุกปี หรือคิดเป็น 3% ของพลาสติกที่ถูกผลิตขึ้นมาบนโลก โดยมาจากกิจกรรมจากบนบก 80% และกิจกรรมที่เกิดขึ้นในทะเล 20% เช่น การประมง (UNEP, 2561)</p>

<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/08/infographic-ocean-01.jpg" alt="" /></p>

<blockquote class="wp-block-quote"><p>หนึ่งในขยะพลาสติกในทะเลที่ถูกพบมาก คือ ถุงพลาสติก เนื่องด้วยมีน้ำหนักเบาและมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำ ถุงพลาสติกจึงไม่ค่อยได้รับความสนใจในการแยกเก็บขาย จึงทำให้ถูกทิ้งขว้าง รวมทั้งไม่ได้รับการจัดการขยะที่ถูกวิธี อีกทั้งปลิวตามแรงลมได้ง่าย ทำให้เกิดการตกค้างอยู่ในธรรมชาติเป็นจำนวนมาก</p><cite>(ICNC, 2563)</cite></blockquote>


<h2 class="wp-block-heading">ทำไมขยะพลาสติกถึงไหลลงไปอยู่ในทะเล?</h2>


<p>หลายคนอาจไม่ทราบว่า ในการใช้ชีวิตแต่ละวัน เราสามารถสร้างขยะพลาสติกลงสู่ทะเลได้โดยไม่รู้ตัว เช่น การซักเสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์ จะส่งผลให้เส้นใยพลาสติกขนาดเล็ก ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น (microfibres) ปะปนไปทางแหล่งน้ำทิ้ง จนไปถึงทะเลได้ (ICNC, 2563)</p>


<p>นอกจากนั้น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ขยะพลาสติกจากบนบก หลุดลอดออกสู่ธรรมชาติได้ก็คือ ระบบการจัดการขยะบนบกที่ยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ขยะพลาสติกที่หลุดลอดสู่ทะเล มาจากขยะพลาสติกบนบกที่ถูกทิ้งขวาง และไม่ได้รับการจัดเก็บเลยถึง 75% ส่วนที่เหลือเป็นขยะพลาสติกที่ได้รับการจัดเก็บ แต่หลุดลอดระหว่างการจัดการ ทำให้พลาสติกเหล่านี้ มีโอกาสถูกลมพัดลงสู่แหล่งน้ำและไหลลงสู่ทะเล (Ocean Conservancy, 2558)</p>


<p>จะเห็นได้ว่า ความไม่มีประสิทธิภาพในระบบการจัดการขยะพลาสติก จึงทำให้ขยะพลาสติกบนบกจำนวนมาก กลายไปเป็นขยะทะเล และเมื่อพลาสติกใช้เวลาย่อยสลายนานมาก จึงส่งผลให้ขยะพลาสติกเหล่านี้สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนเกิดความน่าวิตกไปทั่วโลก</p>


<h2 class="wp-block-heading">เหตุที่ทั่วโลกสนใจขยะพลาสติกในทะเล เป็นเพราะต้องแบกรับกรรมร่วมกัน</h2>


<p>เมื่อพูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม แน่นอนว่า ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ประเทศใดประเทศหนึ่ง ที่จะได้รับผลกระทบ เพราะการหลุดลอดขยะของแต่ละประเทศ จะส่งผลกระทบและก่อให้เกิดปัญหาต่อประเทศเพื่อนบ้าน และเพื่อนร่วมโลกได้อีกด้วย</p>


<p>ขยะทะเลสามารถถูกกระแสน้ำพัดไปได้ทั่ว ไม่เหมือนกับขยะบนบก และจะทำให้ทุกประเทศที่อยู่ในน่านน้ำเดียวกัน มีโอกาสได้รับผลกระทบไปด้วย เช่น ขยะพลาสติกจากทะเลประเทศไทย อาจถูกซัดไปเกยฝั่งประเทศพม่า หรือขยะพลาสติกจากทะเลประเทศอินเดีย ก็มีโอกาสถูกซัดมาเกยหาดประเทศไทยได้เช่นกัน (Igreen, 2562)</p>


<h2 class="wp-block-heading">ขยะพลาสติกในทะเล น่ากลัวแค่ไหน</h2>


<p>เห็นได้จากแพขยะขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นตามจุดต่าง ๆ ของมหาสมุทร พูดง่ายๆ ก็คือกองขยะขนาดมหึมาในทะเล ขณะนี้ถูกค้นพบ 5 แห่ง ได้แก่ 1 แห่งในมหาสมุทรอินเดีย 2 แห่งในมหาสมุทรแปซิฟิก และอีก 2 แห่งในมหาสมุทรแอตแลนติก กำลังก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อมนุษย์ ระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อม</p>

<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/08/infographic-ocean-07.jpg" alt="" /></p>

<p>แพขยะที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดคือ “แพขยะขนาดใหญ่แห่งแปซิฟิก (Great Pacific Garbage Patch)” อยู่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ (National Geographic, 2562) ในใจกลางแพขยะนี้ พบเศษพลาสติกเป็นจำนวนมาก (Scientific Reports, 2561) ตอกย้ำให้เห็นถึงปัญหาขยะพลาสติกว่า เป็นปัญหาที่สำคัญและควรรีบแก้ไข ไม่เพียงเท่านั้น ขยะพลาสติกในทะเลยังทำให้สัตว์น้ำตาย เนื่องจากบริโภคเข้าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขยะพลาสติกเข้าไปอุดตันในกระเพาะอาหารและลำไส้ (ธรณ์ ธำรงนาวาศักดิ์, 2560) หรือแม้แต่ตัวถุงพลาสติกเองก็ ทำให้สัตว์น้ำ อย่างเช่น เต่าทะเลเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแมงกะพรุนและกินเข้าไป เป็นต้น โดยเฉพาะเศษพลาสติกขนาดเล็ก (microplastic) จะมีโอกาสไหลเข้าสู่ปากของสัตว์น้ำได้อย่างง่ายดาย และทำให้มนุษย์มีโอกาสได้รับเศษพลาสติกขนาดเล็กนี้ เข้าสู่ร่างกายผ่านการบริโภคอาหารทะเลในชีวิตประจำวันได้ โดยไม่รู้ตัวอีกด้วย ทำให้เกิดการสะสมและก่อให้เกิดเป็นโรคร้ายต่าง ๆ (UNEP, 2561)</p>

<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/08/infographic-ocean-04.jpg" alt="" /></p>

<p>จากที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า ปัญหาขยะพลาสติกในทะเล เป็นสิ่งที่คนให้ความสนใจในปัจจุบัน เนื่องด้วยผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่เห็นได้อย่างชัดเจน รวมถึงเป็นปัญหาที่ขยายไปเป็นวงกว้าง และส่งผลกระทบไปทั่วโลก แต่จะบอกว่าขยะบนบกมีความสำคัญน้อยกว่าก็ไม่ได้ เพราะแท้จริงแล้วขยะพลาสติกในทะเลมากกว่าครึ่ง มาจากขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมบนบก โดยเฉพาะการใช้ถุงพลาสติกเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน ดังนั้นเราควรให้ความสำคัญกับการจัดการขยะบนบกด้วยเช่นกัน</p>


<p>สำหรับประเทศไทย ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะต้องพิจารณากันอย่างจริงจังว่า ปัจจัยแบบใด จะเป็นตัวบ่งบอกว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะกับประเทศของเราจริง ๆ โดยการมองย้อนกลับไปดูที่ระบบนิเวศพลาสติกในบ้านเรา</p>


<p>สถาบันฯ ได้พัฒนา data storytelling การจัดการถุงขยะพลาสติกของแต่ละประเทศทั่วโลก<a href="https://data.ippd.or.th/plastic-story"> คลิกที่นี่</a> ส่วนบทความน่าสนใจที่เกี่ยวกับปัญหาขยะพลาสติกในตอนหน้า จะเป็นเรื่องใดนั้น โปรดรอติดตามได้เร็ว ๆ นี้นะคะ</p>


<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสาร ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชน ในโครงการวิเคราะห์และออกแบบนโยบายและมาตรการ การจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน (มุ่งเน้นประเด็นการจัดการถุงพลาสติกหูหิ้ว)</td></tr></tbody></table></figure>


<div class="wp-block-group"><div class="wp-block-group__inner-container"><div class="wp-block-group__inner-container is-layout-flow wp-block-group-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-right"><strong>อ้างอิง:</strong></p>



<p class="has-text-align-right">Ocean Conservancy. (2558<em>). Stemming the tide Land-based strategies for a plastic-free ocean</em>. สืบค้น 18เมษายน 2563, จาก https://oceanconservancy.org/wp-content/uploads/2017/04/full-report-stemming-the.pdf</p>



<p class="has-text-align-right">Greenpeace Thailand. (2563). พลาสติกตัวร้าย ภัยคุกคามห่วงโซ่อาหาร. สืบค้น 4 พฤษภาคม 2563, จาก https://www.greenpeace.org/thailand/explore/resist/plastic/harm-plastic/</p>



<p class="has-text-align-right">National Oceanic and Atmospheric Administration. (ม.ม.ป.). Garbage Patches. สืบค้น 30 เมษายน 2563, จาก https://marinedebris.noaa.gov/info/patch.html</p>



<p class="has-text-align-right">National Geographic. (2562). Great Pacific Garbage Patch. สืบค้น 30 เมษายน 2563, จาก https://www.nationalgeographic.org/encyclopedia/great-pacific-garbage-patch/</p>



<p class="has-text-align-right">Igreenstory. (2562). ขยะทะเล…ขยะที่ไม่ได้มาจากทะเล. สืบค้น 30 เมษายน 2563, จาก http://www.igreenstory.co/ocean-garbage/UNEP. (2561).<br></p>



<p class="has-text-align-right">Addressing marine plastics: A systemic approach. สืบค้น 22 เมษายน 2563, จาก http://wedocs.unep.org/bitstream/handle/20.500.11822/26746/marine_plastics.pdf?sequence=1&amp;isAllowed=y</p>



<p class="has-text-align-right">Scientific Reports. (2561). Evidence that the Great Pacific Garbage Patch is rapidly accumulating plastic. สืบค้น 10 มิถุนายน2563, จาก https://www.nature.com/articles/s41598-018-22939-w</p>



<p class="has-text-align-right">Scientific Reports. (2563). First evidence of plastic fallout from the North Pacific Garbage Patch. สืบค้น 10 มิถุนายน2563, จาก https://www.nature.com/articles/s41598-018-22939-w</p>



<p class="has-text-align-right">National Oceanic and Atmospheric Administration. (2563). How Big Is the Great Pacific Garbage Patch? Science vs. Myth. สืบค้น 10 มิถุนายน 2563, จาก<br>https://response.restoration.noaa.gov/about/media/how-big-great-pacific-garbage-patch-science-vs-myth.html</p>



<p class="has-text-align-right">The Ocean Cleanup. (2563). GREAT PACIFIC GARBAGE PATCH SLOWLY BREAKS DOWN INTO MICROPLASTICS TO POLLUTE THE DEEP SEA. สืบค้น 18 เมษายน 2563, จาก<br>https://theoceancleanup.com/updates/great-pacific-garbage-patch-slowly-breaks-down-into-microplastics-to-pollute-the-deep-sea/</p>



<p class="has-text-align-right">Environmental Science &amp; Technology. (2560). Pollutants in Plastics within the North Pacific Subtropical Gyre. สืบค้น 10 มิถุนายน2563, จาก https://assets.theoceancleanup.com/app/uploads/2019/04/171215-Pollutants-in-Plastics-within-the-North-Pacific-Subtropical-Gyre.pdf</p>



<p class="has-text-align-right">National Geographic. (2562). Plastic Bag Found at the Bottom of World’s Deepest Ocean Trench. สืบค้น 30 เมษายน 2563, จาก https://www.nationalgeographic.org/article/plastic-bag-found-bottom-worlds-deepest-ocean-trench/</p>



<p class="has-text-align-right">60 Minutes. (2561). The Great Pacific Garbage Patch isn&#8217;t what you think. สืบค้น 10 มิถุนายน2563, จาก https://www.youtube.com/watch?v=dtaNqGyHkNE</p>



<p class="has-text-align-right">National Geographic. (2561). The Great Pacific Garbage Patch Isn’t What You Think it Is. สืบค้น 22 มิถุนายน2563, จาก https://www.nationalgeographic.com/news/2018/03/great-pacific-garbage-patch-plastics-environment/</p>



<p class="has-text-align-right">Engber, D. (2558). There Is No Island of Trash in the Pacific. สืบค้น 22 มิถุนายน2563, จาก https://slate.com/technology/2016/09/the-great-pacific-garbage-patch-was-the-myth-we-needed-to-save-our-oceans.html</p>



<p class="has-text-align-right">National Oceanic and Atmospheric Administration. (2563). How Big Is the Great Pacific Garbage Patch? Science vs. Myth. สืบค้น 12 มิถุนายน 2563, จาก<br>https://response.restoration.noaa.gov/about/media/how-big-great-pacific-garbage-patch-science-vs-myth.html</p>



<p class="has-text-align-right">National Oceanic and Atmospheric Administration. (ม.ม.ป.). The Great Pacific Garbage Patch. สืบค้น 18 เมษายน 2563, จาก https://oceanservice.noaa.gov/podcast/june14/mw126-garbagepatch.html</p>



<p class="has-text-align-right">Pobpad.com. (ม.ม.ป.). โลหะหนัก สารอันตรายคร่าชีวิต<br>. สืบค้น 15 มิถุนายน 2563, จาก<br>https://www.pobpad.com/โลหะหนัก-สารอันตรายคร่า</p>



<p class="has-text-align-right">กรมควบคุมมลพิษ. (ม.ม.ป.). มหันตภัยไดอ๊อกซิน (dioxins) . สืบค้น 15 มิถุนายน 2563, จากhttp://www.pcd.go.th/info_serv/haz_dioxin.html</p>



<p class="has-text-align-right">Science Studio. (2562). PAHs ภัยร้ายใกล้ตัว. สืบค้น 15 มิถุนายน 2563, จากhttps://www.scispec.co.th/learning/index.php/blog/chromatography/14-quechers</p>



<p class="has-text-align-right">วราพร ชลอำไพ. (ม.ม.ป.). พีซีบี. สืบค้น 15 มิถุนายน 2563, จาก http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_toxic/a_tx_1_001c.asp?info_id=75</p>



<p class="has-text-align-right">ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี. (ม.ม.ป.). พิษจากสาร Organochlorine. สืบค้น 15 มิถุนายน2563, จาก https://med.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/pois-cov/OCl</p>
</div></div></div>


<p class="has-text-align-right">Environmental Science &amp; Technology. (2560). Plastic and Human Health: A Micro Issue?. สืบค้น 15 มิถุนายน2563, จาก<br>https://www.researchgate.net/publication/317078116_Plastic_and_Human_Health_A_Micro_Issue</p>


<p class="has-text-align-right">Thompson, A. (2561). From Fish to Humans, A Microplastic Invasion May Be Taking a Toll. สืบค้น 15 มิถุนายน2563, จาก https://www.scientificamerican.com/article/from-fish-to-humans-a-microplastic-invasion-may-be-taking-a-toll/</p>

]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/why-plastic-bags-are-so-bad/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทสรุปเสวนาออนไลน์ซีรีส์ “ประเทศไทยอยู่ตรงไหน?”  ในหัวข้อ “คนไทยรักษ์โลกแค่ไหน? พลาสติก ไวรัส หรือใครที่ทำร้ายโลก?”</title>
		<link>https://ippd.or.th/plastic-online-seminar/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/plastic-online-seminar/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2020 10:00:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Public Opinion & Dialogue Lab]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=3004</guid>

					<description><![CDATA[กว่า 60 ปีแล้ว ที่ถุงพลาสติกได้ถูกคิดค้นขึ้นมา โดยมีวัต [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กว่า 60 ปีแล้ว ที่ถุงพลาสติกได้ถูกคิดค้นขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาใช้แทนถุงกระดาษ ซึ่งจำเป็นต้องตัดต้นไม้เป็นจำนวนมากและใช้น้ำปริมาณมากในการผลิต ถุงพลาสติกจึงถูกนำมาใช้ทดแทน เนื่องจากมีคุณสมบัติเบา ทนทาน และสามารถใช้ซ้ำ ๆ ได้ แต่เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป การใช้ถุงพลาสติกกลับกลายเป็นปัญหาที่ทั่วโลกต่างต้องพบเจอ และไม่ใช่เพียงแค่มนุษย์เท่านั้น แต่ทุกชีวิตบนโลกก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน</p>
<p>ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการใช้ถุงพลาสติกจำนวนมาก และถุงพลาสติกเหล่านั้น กลับไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้อง Earth Policy Institute เอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อมได้รายงานว่า คนทั้งโลกใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งกว่า 1 ล้านล้านใบต่อปี หรืออาจกล่าวได้ว่า มีการใช้ถุงพลาสติกกว่า 2 ล้านใบในแต่ละนาที หลาย ๆ ประเทศจึงต้องออกมาตรการขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาพลาสติก เช่นเดียวกัน ประเทศไทยได้มีการประกาศขอความร่วมมือ งดแจกถุงพลาสติกจากห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา</p>
<p>มาตรการนี้ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในภาพรวมของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย และมีหลายภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้บริโภค หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลาสติก กอปรกับวิกฤติโควิด-19 ก็ยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนด้วย ผู้คนจึงหันมาให้ความสำคัญกับสุขอนามัยเป็นหลัก และพฤติกรรมการใช้พลาสติกก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย</p>
<p>สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา จึงได้จัด<strong>งานเสวนาออนไลน์ในซีรีส์ “ประเทศไทยอยู่ตรงไหน? ตอนคนไทยรักษ์โลกแค่ไหน?</strong> พลาสติก ไวรัส หรือใครที่ทำร้ายโลก?” ในวันที่ 29 เมษายน 2563 เพื่อพูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับถุงพลาสติก และร่วมกันหาทางออกให้กับปัญหาถุงพลาสติกของประเทศไทยต่อไป</p>
<h2>สถานการณ์พลาสติกไทย</h2>
<p><strong>คุณบุษบา คงปัญญากุล หัวหน้า Design and Testing Lab สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา</strong> ได้เปิดวงเสวนาด้วยภาพรวมของปัญหาที่เกิดขึ้นจากถุงพลาสติก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ โดยพบว่าในปัจจุบัน พลาสติกได้ถูกผลิตขึ้นมากกว่า 450 ล้านตันต่อปี ในจำนวนนี้ มีที่หลุดรอดออกมาเป็นขยะทะเลกว่า 12 ล้านตัน (IUCN, 2020) และหากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไขในภายในปี พ.ศ.​ 2593 จะทำให้ขยะพลาสติกมีมากกว่าปริมาณปลาในทะเล (UNEP, 2018) ประเทศไทยเองก็เป็นประเทศที่มีขยะพลาสติก หลุดรอดลงทะเลมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก รองลงมาจาก จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และศรีลังกา ตามลำดับ (Science, 2015) ซึ่งขยะทะเลที่เกิดขึ้นกว่า 80% เกิดขึ้นจากกิจกรรมบนบก และอีก 20% เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นในน้ำ (Ocean conservancy and MCBE, 2015) ดังนั้นแต่ละประเทศ จึงได้มีมาตรการเพื่อการจัดการถุงพลาสติกในรูปแบบที่ต่างกัน เช่น การรณรงค์งดใช้ การเก็บค่าธรรมเนียม การสนับสนุนวัสดุทดแทน การออกกฎหมายควบคุม เป็นต้น (สามารถติดตาม Data Story เกี่ยวกับมาตรการการจัดการถุงพลาสติกได้เร็ว ๆ นี้) อย่างไรก็ตาม การจัดการถุงพลาสติกก็ยังคงมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมาย วงจรชีวิตของพลาสติก (lifecycle) หรือมาตรการที่ชัดเจน</p>
<p>เมื่อย้อนกลับมามองในฝั่งของประเทศไทย <strong>คุณบุษบา</strong> ได้นำเสนอข้อมูลเฉพาะ ที่เกี่ยวข้องกับพลาสติกของประเทศไทยพบว่า อุตสาหกรรมพลาสติกของไทย คิดเป็น 7.27% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) และสัดส่วนการผลิตพลาสติกกว่า 42% ได้นำไปใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก (สถาบันพลาสติก, 2562) จากตัวเลขดังกล่าวทำให้เห็นว่า เป็นปริมาณการผลิตที่ค่อนข้างมาก กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้เริ่มประกาศขอความร่วมมือ งดแจกถุงพลาสติกเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายในการลดถุงพลาสติกที่เกิดจากห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อให้ได้ 30% ต่อปี (หรือประมาณ 13,500 ล้านใบจากการใช้ถุงพลาสติก 45,000 ล้านใบต่อปี) นอกจากนี้ ประเทศไทยเองได้มีแผน roadmap การจัดการขยะพลาสติก ปี พ.ศ. 2561-2573 เพื่อให้เกิดการจัดการพลาสติกอย่างยั่งยืน ตามหลักระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน (circular economy)</p>
<h2>เห็นด้วยหรือเห็นต่าง รับฟังเสียงชาวเน็ต</h2>
<p>เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา ได้ทำการรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ผ่านการทำแบบสำรวจออนไลน์ เพื่อศึกษาความคิดเห็น และพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อมาตรการการงดแจกถุงพลาสติก <strong>ผศ. ดร.ณัตติฤดี เจริญรักษ์ หัวหน้า Public Opinion and Dialogue Lab สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา</strong> ได้นำเสนอข้อมูลที่ได้รับจากแบบสำรวจออนไลน์ ในช่วงวันที่ 10-18 เมษายน 2563 มีผู้ร่วมตอบแบบสำรวจจากทั้งหมด 763 คน พบว่ากว่า 85% เห็นด้วยกับมาตรการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติก ที่ได้ประกาศออกมาในวันที่ 1 มกราคม 2563 และมีเพียง 5% ที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้</p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/05/IPPD-Plastic-Event-02-2.png" alt="" /></p>
<p>ด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคเอง ก็ได้มุ่งสู่แนวทางที่รักษ์โลกมากยิ่งขึ้น โดยสัดส่วนของการรับถุงพลาสติกในการซื้อของทุกครั้ง ลดลงจาก 15% เหลือไม่ถึง 1% และกว่า 54% ที่หลังจากการออกมาตรการในครั้งนี้แล้ว เลือกที่จะไม่รับถุงพลาสติกจากการซื้อของเลย ในขณะเดียวกัน ผู้ร่วมตอบแบบสำรวจมักจะพกถุงผ้าทุกครั้ง หรือพกเป็นประจำ (80%) ส่วนใหญ่แล้วเมื่อไปซื้อสินค้า จะพกถุงผ้า ถุงสปันบอนด์ หรือถุงพลาสติกที่เตรียมไปเองแทนการใช้ถุงพลาสติก โดย 3 เหตุผลหลักที่คนส่วนใหญ่ต้องการลดการใช้ถุงพลาสติก เป็นเพราะต้องการลดขยะพลาสติก ไม่มีการแจกถุงพลาสติก และสงสารสัตว์ทะเลที่ได้รับผลกระทบจากพลาสติกเมื่อได้รับถุงพลาสติก ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนมาก จะนำถุงพลาสติกที่ได้รับกลับมาใช้ประมาณ 1-2 ครั้ง เพื่อใช้เป็นถุงขยะ (93%) และใช้เก็บสิ่งของ และถนอมอาหารต่าง ๆ (40-50%) มากไปกว่านั้น เมื่อสอบถามถึงมาตรการที่ต้องการเสนอเพิ่มเติมในการจัดการถุงพลาสติก ได้แก่ 1) มีมาตรการจัดการพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น หลอดพลาสติก ห่อขนมพลาสติก 2) ให้ความรู้เรื่องการแยกขยะแก่ผู้บริโภค / คิดเงินค่าถุงจากผู้บริโภค 3) มีมาตรการจัดการถุงพลาสติกในตลาดและร้านขายของชำ</p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/05/IPPD-Plastic-Event-03.png" alt="" /></p>
<p>นอกจากแบบสำรวจออนไลน์แล้ว สถาบันฯ ยังได้เก็บความคิดเห็นจากโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 พบว่า ความรู้สึกเชิงบวกและเชิงลบต่อถุงผ้าและถุงพลาสติก มีปริมาณที่ใกล้เคียงกัน โดยความคิดเห็นเชิงบวก (19%) มีมากกว่าความคิดเห็นเชิงลบเล็กน้อย (13%) แต่เมื่อพิจารณาในในช่วงวันที่ 1-7 มกราคม ซึ่งเป็นช่วง 7 วันแรกหลังจากการออกมาตรการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติก พบว่ามีความคิดเห็นเชิงลบ (17%) มากกว่าความคิดเห็นเชิงบวก (14%) เล็กน้อย</p>
<h2>เห็นด้วยหรือเห็นต่าง ในมุมมองผู้ประกอบการจากตลาดหลักทรัพย์</h2>
<p>นอกจากนี้ <strong>คุณบุษบา</strong> ยังนำเสนอมุมมองจากการสำรวจความคิดเห็น ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ CEO Survey ซึ่งจัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยการสอบถามความคิดเห็นในช่วงมกราคม 2563 ที่ผ่านมา นอกจากการสอบถามถึงประเด็นด้านเศรษฐกิจ และมูลค่าทางตลาดหลักทรัพย์ ได้มีการสอบถามถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม และนโยบายภาครัฐด้วยเช่นกัน ซึ่งข้อมูลความคิดเห็นของบริษัทจดทะเบียนครั้งที่ผ่านมานั้น อยู่ที่ 110 บริษัท หรือคิดเป็น 41% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด</p>
<p>ผลลัพธ์จากการเก็บข้อมูลความคิดเห็น ในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรการพบว่า บริษัทจดทะเบียนเห็นด้วย ตอบรับ และสนับสนุนการขอความร่วมมือนี้อยู่แล้ว เพราะบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ ได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้พลาสติก และได้ดำเนินการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนอยู่แล้ว มากไปกว่านั้น กระแสตอบรับจากบริษัทจดทะเบียน ได้จำแนกผลกระทบด้านลบและด้านบวกออกเป็น 3 ประเด็น ดังนี้</p>
<p><strong>ด้านลบ:</strong> ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น และขั้นตอนการทำงานที่เพิ่มขึ้น<br />
<strong>ด้านบวก:</strong><br />
ระยะสั้น) ต้นทุน ค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองลดลง ขยะที่ต้องจัดการน้อยลง ลูกค้าพึงพอใจ<br />
ระยะยาว) ต้นทุนระยะยาวลดลงจากกิจกรรม 3R (Reduce, Reuse และ Recycle) และมีโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่ายิ่งขึ้น</p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/05/IPPD-Plastic-Event-04.png" alt="" /></p>
<p>จากผลลัพธ์ และผลกระทบโดยความคิดเห็นของบริษัทจดทะเบียน แสดงให้เห็นถึงแนวทางการจัดการพลาสติกที่ใช้ ตามพื้นฐานการจัดการตามหลักสากล โดยบริษัทจดทะเบียนได้จัดการตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้</p>
<p>การผลิต: ซึ่งจะใช้วัสดุอื่นแทนพลาสติก ซึ่งเป็นวัสดุทดแทนที่ย่อยสลายหรือรีไซเคิลได้  ตามต้นแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy)</p>
<ul>
<li>การบรรจุหีบห่อ: ลดขั้นตอนผิดพลาดจากการบรรจุสินค้า หรือลดบรรจุภัณฑ์ที่ใช้พลาสติกลง</li>
<li>การใช้งาน/การส่งสินค้า: งดแจก และใช้ถุงพลาสติกในการส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภค</li>
<li>การรีไซเคิล และเพิ่มมูลค่าของสินค้า (upcycling): ริเริ่มการเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เพิ่มเติมมาจากหลัก 3R ซึ่งได้มีการริเริ่มในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่ผลิตบรรจุภัณฑ์แล้ว</li>
</ul>
<p>จากความคิดเห็นของบริษัทจดทะเบียน กล่าวโดยสรุปได้ว่า ทางบริษัทจดทะเบียนมีความพร้อม ในการร่วมมือจัดการพลาสติกตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และทางบริษัทได้มีการร่วมมือกัน ถึงกระบวนการการจัดการพลาสติกอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น</p>
<p>มากไปกว่านั้น <strong>คุณบุษบา</strong>ได้นำเสนอข้อสรุปที่ได้รับจากการจัด workshop <strong>“ปลุกพลังความคิด ใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน”</strong> ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับมุมมองจากผู้เข้าร่วมงานในหลายภาคส่วน ทั้งในเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมาตรการ ข้อเสนอและความคิดเห็นในการจัดการกับปัญหาพลาสติก รวมถึงระบบนิเวศของบรรจุภัณฑ์พลาสติก เพื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการรับฟังความคิดเห็น ของผู้ประกอบการ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลาสติก นอกเหนือจากข้อมูลความคิดเห็นของบริษัทจดทะเบียนที่มีอยู่อีกด้วย</p>
<h2>ส่งต่อความคิดเห็น หนึ่งในตัวแทนจากผู้ประกอบการภาคเอกชน</h2>
<p><strong>คุณสุวิทย์ กิ่งแก้ว ที่ปรึกษาอาวุโส คณะเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)</strong> เป็นหนึ่งในตัวแทนของผู้ประกอบการภาคเอกชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิต จัดจำหน่าย และจัดส่งผลิตภัณฑ์พลาสติก ซึ่งทาง ซีพี ออลล์ ได้ดำเนินการการงดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในรูปแบบโครงการต่าง ๆ ร่วมกับภาครัฐ (ทำนโยบายร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) และภาคประชาชน (มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลทั้งภาครัฐ และเอกชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ)</p>
<p>บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ จากการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติกหูหิ้ว แต่บริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือ และพร้อมที่จะเป็นผู้ประกอบการที่สนับสนุนให้ความร่วมมือนั้น จนสัมฤทธิ์ผลทั้งในภาครัฐและประชาชนอย่างที่กล่าวมาข้างต้น โดยบริษัทฯ ได้นำเสนอข้อมูลด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคพบว่า ผู้ซื้อสินค้ากว่า 70%ให้ความร่วมมือกับมาตรการนี้ โดยนำถุงผ้ามาซื้อสินค้าเอง ในขณะที่อีก 30% ไม่ให้ความร่วมมือ และไม่พึงพอใจที่ไม่ได้รับถุงพลาสติก โดยพบว่าปัญหาส่วนใหญ่คือ ลูกค้าได้รับข่าวสารเกี่ยวกับมาตรการนี้ไม่ทั่วถึง</p>
<p><strong>คุณสุวิทย์</strong> ได้พูดถึงผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 อีกด้วยว่า ร้านสะดวกซื้อได้เปิดให้บริการจัดส่งแทน แต่ไม่ได้ใช้ถุงพลาสติกเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถใช้ตะกร้าหรือถุงผ้าในการจัดส่งได้ มากไปกว่านั้น คุณสุวิทย์ ยังได้เสนอให้ภาครัฐประกาศการใช้กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการถุงพลาสติกให้ชัดเจน และมีการรณรงค์เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกอย่างต่อเนื่อง</p>
<h2>มนุษย์กับถุงพลาสติก เราจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร?</h2>
<p>นับตั้งแต่ที่ประเทศไทย มีความพยายามที่จะลดการใช้ถุงพลาสติกครั้งเดียวทิ้ง หรือถุงพลาสติกหูหิ้วนั้น คำถามที่มีอยู่ในใจ รวมไปถึงความตั้งใจจริงที่มีการเริ่มปฏิบัติมาให้เห็นบางแล้ว คือความพยายามที่จะลด ละ เลิก การใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว จนไปถึงการหาสิ่งอื่นมาใช้ทดแทน อย่างไรก็ดี  <strong>ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา ผู้อำนวยการโครงการ Industrial Liaison Program (ILP) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> หนึ่งในวิทยากรของงานเสวนาเสนอให้เห็นถึงแง่มุมที่น่าสนใจ แล้วชวนย้อนคิดในมุมกลับ กล่าวคือ การลด ละ เลิก การใช้ถุงพลาสติก หรือหาอะไรมาทดแทนนั่นถือเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่ควรมองและให้ความสนใจไม่แพ้กัน คือเรื่อง ecosystem ของการจัดการถุงพลาสติก</p>
<p>เมื่อถุงพลาสติกถือเป็นหัวใจสำคัญ สามารถรีไซเคิล สร้างประโยชน์ และสร้างมูลค่าได้ หากมีการคัดแยก ดังนั้น พลาสติกจึงควรถูกมองว่าเป็นทรัพยากรอีกรูปแบบหนึ่ง เมื่อพลาสติกบางส่วนสามารถสร้างมูลค่าได้ เช่น การนำไปใช้ผลิตเสื้อกีฬา หรือเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ และหากส่วนไหนที่ไม่สามารถนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ก็จะนำไปแยกชิ้นส่วนเพื่อนำไปรีไซเคิลต่อ กลายเป็นเศษพลาสติกที่สามารถนำกลับไปใช้ซ้ำได้อีกครั้ง ส่วนไหนที่ใช้ไม่ได้จะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน RDF (Refuse Derived Fuel) หรือ ไปเพิ่มผลผลิตน้ำมันจากพลาสติก</p>
<p>ทั้งหมดที่กล่าวไปคือ การจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้ วงจรเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) ซึ่งต้องใช้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย ในระบบนิเวศน์ของบรรจุภัณฑ์พลาสติก (ecosystem) ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต การจำหน่าย การบริโภค และการจัดการ โดยใช้ทรัพยากรพลาสติกให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกในหลุมฝังกลบ และนำไปสู่การจัดการปัญหาพลาสติกอย่างยั่งยืน ดังที่ roadmap ของประเทศไทย ได้วางแผนไว้ให้สำเร็จภายใน ปี พ.ศ. 2570</p>
<p>อย่างไรก็ดี <strong>ดร.ณัฐวิญญ์</strong> ชี้ให้เห็นแง่มุมที่ยังต้องให้ความใส่ใจ ได้แก่ พลาสติกรีไซเคิลแล้วยังคงมีปัญหา กล่าวคือ ไม่สามารถนำมาผลิตออกมาเป็นบรรจุภัณฑ์ใส่อาหารได้โดยตรง ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ และจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติม</p>
<p>แล้วในมุมของผู้บริโภคหรือประชาชนทั่วไป ควรทำอย่างไร <strong>ดร.ณัฐวิญญ์</strong> เสนอแนวคิดที่น่าสนใจไว้ 2 ประการ</p>
<p>ประการ ที่ 1 คือการใช้ถุงทดแทนให้คุ้มค่าที่สุด ตามวงจรชีวิตของถุงเหล่านั้น เช่น ถุงกระดาษ ควรใช้อย่างต่ำ 3 ครั้งขึ้นไป หากต้องการสร้างผลกระทบต่อโลกร้อนให้น้อยกว่าถุงพลาสติก หรือ ถุงสปันบอนด์ควรใช้อย่างต่ำ 11 ครั้ง และถุงผ้าฝ้ายอยู่ที่ 131 ครั้ง อย่างไรก็ตาม <strong>ดร.ณัฐวิญญ์</strong> ชี้ให้เห็นข้อสังเกตว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นการศึกษาในสหราชอาณาจักรเท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่ตรงตามนี้โดยตรง เนื่องจากประเทศเหล่านั้นไม่ได้เป็นผู้ผลิตเอง อาจทำให้ต้นทุนของการผลิตสูงกว่าบ้านเรา</p>
<p>สำหรับใครที่สงสัยเรื่องการใช้ถุงไบโอพลาสติก <strong>ดร.ณัฐวิญญ์</strong> อธิบายว่า การใช้ถุงดังกล่าว ยังสามารถทำได้ แต่ควรมองหาสัญลักษณ์และคำที่เขียนว่า &quot;compostable&quot; ด้วย ทั้งนี้ยังอธิบายต่อด้วยว่า แท้จริงแล้ว คำว่า “ย่อยสลายได้” ยังชวนให้ประชาชนเข้าใจผิดอยู่มาก เนื่องจากคำว่า “ย่อยสลายได้” แท้จริงนั่นหมายถึง การย่อยสลายได้เร็วกว่าพลาสติกทั่วไป และต้องอยู่ภายในสภาวะที่กำหนดไว้ และเป็นสภาวะที่ต้องสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ กล่าวคือ หากประชาชนทั่วไปอยากนำถุงไบโอพลาสติกไปฝังกลบที่บ้าน เพื่อให้ย่อยสลายด้วยตัวเองนั้น ก็ไม่สามารถทำได้นั่นเอง</p>
<p>ประการที่ 2 สืบเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่แพร่กระจายในวงกว้างอย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่งผลให้การใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง และถุงพลาสติกมีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น จนทำให้ผู้ออกนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ถุงพลาสติกเริ่มเกิดข้อกังวล ยกตัวอย่างเช่น ในหลาย ๆ ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และสกอตแลนด์ ได้มีการเลื่อนการยกเลิกมาตรการงดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว หรือ ห้ามใช้ถุงแบบใช้ซ้ำ (Reuseable bag) ชั่วคราว เมื่อคำนึงถึงเรื่องความความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโรค ส่งผลให้ประชาชนจำเป็นต้องใช้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้</p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/05/IPPD-Plastic-Event-05-1-790x1024.png" alt="" /></p>
<p>แล้วเราจะอยู่กับถุงพลาสติกอย่างไร <strong>ดร.ณัฐวิญญ์</strong> เสนอว่า สิ่งที่ผู้โภคทำได้มากที่สุดคือ การแยกขยะให้ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ที่มารับต่อไปนั้น สามารถนำไปใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นี้ โดยเริ่มต้นจากการแยกหน้ากากอนามัยก่อน และนำใส่ในถุงที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้รับต่อไปนั้นสามารถนำไปจัดการได้อย่างถูกต้อง จากนั้นแยกขยะแห้ง เช่น กล่องกระดาษ ถุงพลาสติกแห้ง แยกบรรจุอาหาร โดยทำการล้างให้เศษอาหารไม่ปนเปื้อน แล้วรวบรวมไว้ด้วยกัน และสุดท้ายคือการแยกขยะทั่วไป</p>
<p>จากที่กล่าวไปข้างต้น <strong>ดร.ณัฐวิญญ์</strong> ยังชี้ให้เห็นอีกมุมมองใหม่ที่ว่า การระบาดของโรคโควิด-19 อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยเร่งการเกิดเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน (circular economy) ขึ้นให้เร็วขึ้น ในระบบนิเวศน์ของบรรจุภัณฑ์พลาสติก ecosystem ที่สามารถใช้ทรัพยากรพลาสติกนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ออกแบบนโยบายส่วนใหญ่ มองเพียงแค่ลดการใช้ หรือใช้ของทดแทน แม้จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่ยังไม่มากพอ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มนุษย์ ต้องอาศัยอยู่กับโรคระบาดในปัจจุบัน ซึ่งหาก circular economy สามารถเกิดขึ้นได้จริง จะช่วยลดปริมาณทรัพยากรในการจัดการขยะที่ต้องใช้ และนำมาสู่การลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้</p>
<p>“ไวรัสทำให้เราหันมาสนใจมากขึ้นว่า เราจะอยู่กับมันต่ออย่างไร การสร้างเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในการจัดการขยะพลาสติกตอนนี้ ด้วยสภาวะโควิด-19 เราอาจจะต้องวิ่งไปให้เร็วกว่าเดิม จากที่เคยตั้งใจเอาไว้” <strong> ดร.ณัฐวิญญ์</strong> ฝากทิ้งท้ายให้พวกเราได้คิดต่อ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/plastic-online-seminar/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทสรุปงาน &#8216;ปลุกพลังความคิด ใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน&#8217;</title>
		<link>https://ippd.or.th/plastic-summary/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/plastic-summary/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2020 10:57:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Reports]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=2868</guid>

					<description><![CDATA[ปัจจุบันประเทศของเรากำลังประสบปัญหาวิกฤตขยะพลาสติกที่เพ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศของเรากำลังประสบปัญหาวิกฤตขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกในปริมาณมาก หลังจากใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแล้ว บางส่วนกลับถูกจัดการอย่างไม่ถูกต้อง ทำให้พลาสติกส่วนนี้หลุดรอดออกสู่ธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ หรือคน ด้วยเหตุนี้เองกระแสรักษ์โลกเริ่มแพร่หลายในคนหมู่มาก รวมถึงภาครัฐที่ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวเช่นกัน จึงมีการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติกหูหิ้วที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งในห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 โดยคาดหวังว่าความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติกนี้จะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกลงได้ถึง 30 % ของการใช้ถุงพลาสติกทั้งหมดในประเทศไทยต่อปี การขอความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศ รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการปัญหาพลาสติกอย่างจริงจัง และกระตุ้นให้ประชาชนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับปัญหาดังกล่าวมากขึ้น จนเกิดการถกเถียงเป็นวงกว้างในสังคม ว่าการขอความร่วมมือนี้ส่งผลดีหรือไม่ดีอย่างไร? สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา (IPPD) จึงได้ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula Engineering) และศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน(RISC) จัดกิจกรรม “ปลุกพลังความคิด ใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน” เพื่อรับฟังเสียงจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และแลกเปลี่ยนความคิดและมุมมอง เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการพลาสติกที่เกิดขึ้นร่วมกัน [กดดูบทสรุปฉบับเต็มได้ที่นี่](<a href="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/04/บทสรุป-Workshop-ปลุกพลังความคิด-ใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน.pdf">https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/04/บทสรุป-Workshop-ปลุกพลังความคิด-ใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน.pdf</a> กดดูบทสรุปฉบับเต็มได้ที่นี่)</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/plastic-summary/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปลุกพลังความคิด ใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://ippd.or.th/plastic-workshop/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/plastic-workshop/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Mar 2020 05:00:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=2786</guid>

					<description><![CDATA[&#8216;ปลุกพลังความคิด ใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน&#8217; หล [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1>&#8216;ปลุกพลังความคิด ใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน&#8217;</h1>
<p>หลังจากรัฐบาลขอความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อให้งดการแจกถุงพลาสติก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ก็เกิดกระแสตอบรับจากสังคมในแง่มุมที่แตกต่างกันออกไป </p>
<p>ประเทศไทยควรจะจัดการกับปัญหานี้ด้วยวิธีไหน ถึงจะมีประสิทธิภาพและส่งผลดีกับทุกฝ่าย</p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/03/SET-03.jpg" alt="" /></p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/03/SET-02.jpg" alt="" /><br />
สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภาควิชาสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนจัดกิจกรรม “ปลุกพลังความคิด ใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน” ขึ้น ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ด้วยวิธี Design Thinking เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เสนอแง่มุมอย่างไม่มีผิดหรือถูก เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมให้กับประเทศไทย</p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/03/SET-06.jpg" alt="" /></p>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/03/SET-07.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/plastic-workshop/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
