<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Surveys &#8211; IPPD</title>
	<atom:link href="https://ippd.or.th/category/surveys/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://ippd.or.th</link>
	<description>สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 31 Mar 2021 11:07:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.4.7</generator>

<image>
	<url>https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/cropped-ippd-32x32.png</url>
	<title>Surveys &#8211; IPPD</title>
	<link>https://ippd.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ผลลัพธ์เป้าหมายความสุขของคนไทย จากโครงการ &#8216;2564 ความสุขอยู่ที่ใด?&#8217;</title>
		<link>https://ippd.or.th/happiness-report/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/happiness-report/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 Mar 2021 11:03:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Data & Intelligence Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Public Opinion & Dialogue Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Reports]]></category>
		<category><![CDATA[happiness-survey]]></category>
		<category><![CDATA[IPPD]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=6416</guid>

					<description><![CDATA[IPPD ได้จัดทำโครงการ &#34;2564 ความสุขอยู่ที่ใด?&#34; [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>IPPD ได้จัดทำโครงการ &quot;2564 ความสุขอยู่ที่ใด?&quot; เพื่อสำรวจความสุขในภาพรวมของคนไทยตลอดปี 2563 และเป้าหมายความสุขที่ต้องการให้เกิดขึ้นในปี 2564 ใน 7 ประเด็น ได้แก่ การเงิน การพักผ่อน ครอบครัว ความมั่นคงในชีวิต ความสัมพันธ์ สังคมและบ้านเมือง และสุขภาพ ผ่านเครื่องมือจัดทำแบบสำรวจออนไลน์ของสถาบันฯ ภายใต้ชื่อ &#8216;VOICE&#8217; เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนบนโลกออนไลน์ และนำเสนอผลลัพธ์ในรูปแบบของ word cloud ซึ่งสามารถประมวลผลได้ตามเวลาจริง (real time processing) และสามารถเห็นถึงสัดส่วนเป้าหมายความสุขที่ประชาชนจากทั่วปะเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการตอบแบบสำรวจออนไลน์</p>
<p>หลังการสำรวจออนไลน์เสร็จสิ้นลง IPPD ได้จัดทำรายงาน โดยจำแนกเป็นข้อมูลโดยรวมระดับประเทศ และในระดับจังหวัด โดย หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดทำแบบสำรวจออนไลน์ในครั้งนี้ จะช่วยสร้างให้เกิดการออกแบบนโยบายสาธารณะที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาความสุขของประชาชนชาวไทยในแต่ละพื้นที่ให้เพิ่มมากขึ้นอย่างยั่งยืน</p>
<h3><a href="https://drive.google.com/file/d/16x9ooi0gzj_J4ev3k0F2YCsldhg8Y8W1/view?usp=sharing" title="ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่">ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่</a></h3>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/happiness-report/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จริงหรือไม่ที่ประเทศไทยนั้นเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://ippd.or.th/thailandoverlap/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/thailandoverlap/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Nov 2019 15:09:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหลื่อมล้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=291</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[</p>
<p>สงสัยหรือไม่ว่า ‘ปัญหาความเหลื่อมล้ำ’ ของไทยเป็นอย่างไร?&nbsp;</p>
<p>คุณภาพการศึกษาของไทยอยู่อันดับที่เท่าไหร่ของโลก?&nbsp;</p>
<p>และผู้แทนในรัฐสภามีสัดส่วนของเพศชายหญิงเป็นอย่างไร?&nbsp;</p>
<p>ปัญหาความเหลื่อมล้ำคือ หนึ่งในเป้าหมายที่องค์สหประชาชาติต้องการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองให้มีความเสมอภาคมากยิ่งขึ้นให้ได้ภายในปี 2030&nbsp;</p>
<p><b>IPPD</b> จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความเสมอภาคให้เกิดในสังคม ด้วยการนำเสนอข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาให้เกิดเป็นนโยบายเพื่อสร้างความเท่าเทียมในสังคมไทยต่อไปในอนาคต</p>
<p></p>
<figure><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/B3-1024x1024.png" alt="" width="750" height="750"></figure>
<p><b>คำถามจากควิซรอบที่ 1:</b> คุณคิดว่ารายได้ของคนไทยมีค่าความเหลื่อมล้ำอยู่ในช่วงที่เท่าไหร่ ระหว่างคะแนน 1-100? (1=ไม่เหลื่อมล้ำเลย ทุกคนมีรายได้เท่ากันหมด 100=มีคนๆเดียวถือครองรายได้ทั้งหมดของคนทั้งประเทศ)&nbsp;<br><b>คำตอบที่ถูกต้อง:</b> 42.1 (หรือ ข. 26-50) (คนตอบถูก 14.40%)<br><b>คำตอบที่คนตอบมากที่สุด:</b> ง.76-100 (คนตอบมากที่สุด 42.49%)</p>
<p>อีกหนึ่งปัจจัยที่มักถูกนิยมนำมาคำนวณเพื่อหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ได้แก่ รายได้ สำหรับการวัดความเหลื่อมล้ำด้วยการประยุกต์ใช้ GINI Coefficient ดัชนีวัดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ ซึ่งให้ค่า 0 ทุกคนหมายถึงสังคมมีรายได้เท่าเทียมกัน และค่า 100 มีคนเพียงคนเดียวที่ได้รับรายได้ทั้งหมด&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม จากการวัดล่าสุดเมื่อมิถุนายน 2018 ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประเทศไทยอยู่ที่ 42.1 ซึ่งถือว่ามีความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้อยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น ซึ่งหมายความว่า การกระจายรายได้ของประเทศไทยโดยรวมถือว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ สำหรับนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ รัฐบาลได้มีการดำเนินการและออกมาตรการหลากหลาย เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้มีความสมดุลมากขึ้น เช่น การปรับโครงสร้างราคา สินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้ และการจัดสรรที่ดินทำมากิน โดยมุ่งเน้นไปที่การยกระดับรายได้ของกลุ่มประชากรรายได้น้อยที่สุด</p>
<p>อีกด้านหนึ่งนั้น ทางภาครัฐยังได้ปรับปรุงระบบได้หันมาปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถจัดเก็บภาษีอย่างเป็นธรรม เช่น เพิ่มการจัดเก็บภาษีจากฐานทรัพย์สิน โดยพิจารณาจากการจัดเก็บภาษีกำไรส่วนเกินทุน เป็นต้น&nbsp;</p>
<h6><b style="">ที่มา:&nbsp;</b></h6>
<h6><a href="https://bit.ly/2MmikTh" style="">https://bit.ly/2MmikTh</a>&nbsp;</h6>
<h6><a href="https://bit.ly/32NwUJe" style="">https://bit.ly/32NwUJe</a></h6>
<h6><br></h6>
<figure><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/B2-1-1024x1024.png" alt=""></figure>
<p><b style="">คำถามจากควิซรอบที่ 1:</b> คุณคิดว่า คุณภาพการศึกษาของเด็กไทย (มัธยมปลาย &#8211; มหาวิทยาลัย) อยู่ที่ช่วงอันดับเท่าไหร่ จาก 137 ประเทศทั่วโลก (อันดับ 1 = ดีที่สุด อันดับ 137 = แย่ที่สุด)<br><b style="">คำตอบที่ถูกต้อง:</b> 65 (ข. 36 &#8211; 70) (คนตอบถูก 17.57%)<br><b style="">คำตอบที่คนตอบมากที่สุด</b>: ค. 71 &#8211; 105 (คนตอบมากที่สุด 54.15%)</p>
<p>จากคำตอบที่ถูกต้อง คุณภาพการศึกษาของเด็กไทยตั้งแต่ช่วงมัธยมปลายจนถึงมหาวิทยาลัยนั้นอยู่ในอันดับที่ 65 จากทั้งหมด 137 ประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตาม อันดับดังกล่าวถือว่าเป็นที่น่ากังวลเนื่องจากประเทศไทยไม่ติด 50 อันดับแรกในเชิงมาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่ World Economic Forum ระบุถึงอัตราการแข่งขันด้านต่างๆของแต่ละประเทศไว้ใน 50 อันดับแรกได้แสดงถึงคุณภาพการศึกษาที่ดี และส่งผลถึงคุณภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ดีขึ้นของประเทศนั้นๆด้วย&nbsp;</p>
<p>โดยหากเทียบกับประเทศที่ติดอันดับสามประเทศแรกในเรื่องคุณภาพการศึกษา ได้แก่ สิงคโปร์ ฟินแลนด์ และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ ทั้งสามประเทศที่กล่าวมานั้น ล้วนแต่เป็นประเทศที่สามารถผลักดันให้การศึกษาเป็นปัจจัยหลักสำหรับการพัฒนาประเทศ กล่าวคือ มีคุณภาพในการจัดการระบบการศึกษาที่ดีตั้งแต่ระดับประถมจนถึงมหาวิทยาลัย มุ่งเน้นพัฒนาหลักสูตรการศึกษาเฉพาะด้านให้กับผู้เรียน ตัวบุคลากรในการสอนเองก็มีความเพียบพร้อมในการถ่ายทอดความรู้ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้อย่างทั่วถึง เช่น การใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อประกอบการเรียน&nbsp;</p>
<p>ปัจจัยด้านคุณภาพการศึกษาที่กล่าวมานั้นแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังไม่มีการผลักดันในด้านการศึกษาได้มากพอ อย่างไรก็ตาม นโยบายภาครัฐโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่าด้วยเรื่องการศึกษาในปัจจุบันตระหนักและพร้อมที่จะผลักดันให้คุณภาพการศึกษาไทยให้ดีขึ้น ซึ่งนโยบายเหล่านั้นคล้ายคลึงกับประเทศต้นๆเรื่องคุณภาพการศึกษา แต่ปัญหาปัจจุบันคือการที่นโยบายการพัฒนาคุณภาพการศึกษายังคงไม่ส่งผลเท่าเทียมกันทั่วประเทศ โรงเรียนยังคงให้คุณภาพการศึกษาที่แตกต่างกันในเชิงมาตรฐาน ซึ่งอาจมีปัจจัยที่บุคลากร สถานที่ และเทคโนโลยีที่ไม่มีประสิทธิภาพมากพอ การตั้งมาตรฐานการศึกษาใหม่ให้ดียิ่งขึ้นจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ประเทศไทยควรให้ความสนใจและมุ่งพัฒนาต่อไป</p>
<p><b>ที่มา:&nbsp;</b></p>
<h6><a href="https://bit.ly/2jZK8Rg">https://bit.ly/2jZK8Rg</a></h6>
<h6><br></h6>
<figure><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/B4-1024x1024.png" alt=""></figure>
<p><b>คำถามควิซรอบที่ 2:</b> คุณคิดว่าถ้า ส.ส. ในรัฐบาลไทยมี 100 คน จะมี&nbsp; ส.ส.ชาย ประมาณกี่คน?&nbsp;<br></p>
<p><b style="">คำตอบที่ถูกต้อง:</b> ง. 84.2% (81-90) (คนตอบถูก 39.11%)<br><b style="">คำตอบที่คนตอบมากที่สุด</b>: ง. 84.2% (81-90) (คนตอบมากที่สุด 39.11%)</p>
<p>จะเห็นได้ว่า จากคำตอบที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตอบเข้ามามากที่สุดนั้น ตรงกับข้อเท็จจริงของรายงานสหภาพรัฐสภา (Inter Parliament Union) ที่ชี้ว่า ผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทยในปี 2019 ส.ส.ทั้งหมด 500 คน มีสัดส่วนส.ส.ชายทั้งสิ้น 419 คน (83.8%) และมีส.ส.หญิงเพียง 81 คน (16.2%) ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นสัดส่วนส.ส.หญิงสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎร<br></p>
<p>อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่า สัดส่วนส.ส.หญิงในรัฐสภาไทยนั้น ถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของจำนวนส.ส.หญิงทั่วโลก อิงจากสหภาพรัฐสภาที่ระบุค่าเฉลี่ยไว้ที่ 24.3%</p>
<p>สำหรับประเทศไทยนั้น รัฐบาลได้มีแผนในการสนับสนุนความเท่าเทียมกันทางเพศ เช่น พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ที่จะช่วยคุ้มครองการเลือกปฏิบัติทางเพศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ ที่ต้องการสร้างความเท่าเทียมทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติต่อเพศ ภายในปี 2030 ด้วย</p>
<p><b>ที่มา:&nbsp;</b></p>
<p><a href="https://bit.ly/33AoTYj">https://bit.ly/33AoTYj</a>&nbsp;</p>
<p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/thailandoverlap/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วันนี้คนไทยทำงานเป็นอย่างไร?</title>
		<link>https://ippd.or.th/thaiwork/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/thaiwork/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Nov 2019 15:56:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Public Opinion & Dialogue Lab]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=1112</guid>

					<description><![CDATA[&#8220; เคยถามตัวเองไหมว่าเราทำงานหนักไปเพื่ออะไร? แล้ว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;</p></p>
<p>เคยถามตัวเองไหมว่าเราทำงานหนักไปเพื่ออะไร?</p>
<p>แล้วรู้หรือไม่ว่า เราคนไทยทำงานหนักกันขนาดไหนเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของแต่ละคน</p>
<p>วันนี้ <b>IPPD </b>จะพาทุกท่านเจาะลึกไปกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นอัตราการว่างงาน ชั่วโมงการทำงาน ทักษะการทำงาน และการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย</p>
<p>มาดูกันว่าเราจำเป็นต้องแก้ไขประเด็นใดเพื่อนำมาสู่สิ่งที่ดีกว่าต่อแรงงานไทยในอนาคต</p>
<p></p>
<figure><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/C2-1024x1024.png" alt=""></figure>
<p><b>คำถามควิซรอบที่ 2: </b>คุณคิดว่า ในคนไทยวัยทำงาน 100 คน จะมีคนว่างงานอยู่ประมาณกี่คน</p>
<p><b>คำตอบที่ถูกต้อง: </b>ก. น้อยกว่า 3 คน (0.7 คน) (คนตอบถูก 11.67%)</p>
<p><b>คำตอบที่คนตอบมากที่สุด: </b>ง. 10-12 คน (คนตอบมากที่สุด 39.97%)</p>
<p>จากรายงานของธนาคารโลกประจำปี 2018 อัตราการว่างของประเทศไทยนั้นมีเพียง 1.1% เท่านั้น ถือเป็นอันดับ 9 ของประเทศที่มีอัตราการว่างงานน้อยที่สุดจาก 233 ประเทศทั่วโลก ซึ่งหากลองเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียนมีอัตราการว่างงานสัดส่วนเป็นอย่างไร ข้อมูลชุดเดียวกันจากธนาคารโลกชี้ดังนี้</p>
<ol>
<li>ลาว (0.6%)</li>
<li>กัมพูชา (0.1%)</li>
<li>ไทย (1.1%)</li>
<li>เวียดนาม (1.9%)</li>
<li>มาเลเซีย (3.4%)</li>
<li>อินโดนีเซีย (4.3%)</li>
</ol>
<p>แม้อัตราการว่างงานของไทยนั้นจะค่อนข้างน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน แต่ก็ยังคงหลงเหลือปัญหาที่น่ากังวลใจ โดยเฉพาะ “ปัญหาเชิงโครงสร้างของแรงงานไทย”&nbsp;</p>
<p>โดยข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย เผยว่าแรงงานกว่า 1 ใน 3 ทั่วประเทศ ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม โดยมีทั้งแรงงานในภาคการเกษตรและผู้ที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ส่งผลให้พวกเขาไม่ได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่ควรจะได้รับ เช่น สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล การสงเคราะห์บุตร สวัสดิการกรณีทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต&nbsp;</p>
<p>อีกทั้งปัญหาการทำงานที่ไม่ตรงกับการศึกษาหรือสาขาที่จบ อาจทำให้แรงงานไม่ได้ใช้ความสามารถได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังพบว่าบัณฑิตใหม่ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี มีอัตราการว่างงานกว่า 1.7 แสนคน อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานได้ออกนโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยได้จัดตั้งศูนย์ ‘ที่นี่มีงานทำ’ (Job Ready Center:JRC) เพื่อส่งเสริมการจ้างงานผู้ที่สำเร็จการศึกษาใหม่ขึ้น และมีแผนที่จะทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อรับมือกับปัญหานี้ในระยะยาวด้วย เหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างอนาคตของแรงงาน ไทยให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต</p>
<p><b>ที่มา:</b></p>
<h6><a href="https://bit.ly/2IUidfG">https://bit.ly/2IUidfG</a>&nbsp;<br><a href="https://bit.ly/2kKYhDa">https://bit.ly/2kKYhDa</a>&nbsp;<br><a href="https://bit.ly/2CtW730" style="">https://bit.ly/2CtW730</a></h6>
<h6><br></h6>
<p><!-- /wp:paragraph --></p>
<figure><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/C5-1024x1024.png" alt=""></figure>
<p><b>คำถามควิซรอบที่ 2:&nbsp;</b>คุณคิดว่าโดยเฉลี่ยแล้วคนไทยทำงานวันละกี่ชั่วโมง</p>
<p><b>คำตอบที่ถูกต้อง:</b> ง. 9.2 ชม. (9-10 ชม.) (คนตอบถูก 21.72%)</p>
<p><b>คำตอบที่คนตอบมากที่สุด: </b>ค. 8-9 ชม. (คนตอบมากที่สุด 45.59%)</p>
<p>จากคำตอบที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตอบเข้ามากันเป็นจำนวนมากถึง 44.60% มีความใกล้เคียงกับผลการศึกษาของ Our World in Data ที่ระบุว่า ในปี 2014 คนไทยทำงานโดยเฉลี่ยมากถึง 9.2 ชั่วโมง/วัน&nbsp;</p>
<p>นั้นหมายความว่าเมื่อครบหนึ่งปี คนไทยจะทำงานทั้งหมดประมาณ 2,284 ชั่วโมง หรือประมาณ 44 ชั่วโมง/สัปดาห์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังชี้ว่าชั่วโมงการทำงานของคนไทยเฉลี่ยอยู่ในระดับคงที่มาตั้งแต่ปี 2006 แม้ตัวเลขดังกล่าวจะไม่ได้เกินกว่าที่พรบ.คุ้มครองแรงงานได้กำหนดไว้ว่า “ลูกจ้างจะต้องทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมง/วัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมง/สัปดาห์” แต่ก็อาจกล่าวได้ว่า คนไทยมีชั่วโมงการทำงานค่อนข้างสูงกว่าที่ควรจะเป็น</p>
<p>สอดคล้องกับรายงานประจำปี 2018 ของ Expedia ได้สำรวจการลาพักร้อน 19 ประเทศทั่วโลก พบว่าคนไทยมีอันดับการลาพักร้อนน้อยเป็นอันดับ 7 กล่าวคือ คนไทยลาพักร้อนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10 วัน/ปี ขณะที่ประเทศที่มีอัตราการพักร้อนน้อยที่สุดในโลก ได้แก่ อินเดีย เกาหลีใต้ และฮ่องกง ตามลำดับ&nbsp;</p>
<p>ตัวเลขข้างต้นที่สวนทางกันระหว่างชั่วโมงการทำงานและการลาพักร้อนของคนไทย สามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเครียด ตามมาได้</p>
<p>จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิตระบุว่า ในปี 2017 พบว่ามีผู้โทรเข้ามาปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เรื่องความเครียดมากที่สุด โดยคิดเป็น 40% จากทั้งหมดที่โทรมาขอรับการปรึกษา อีกทั้งจาก 70% ของจำนวนทั้งหมดนั้น มีอายุระหว่าง 22 &#8211; 59 ปี อย่างไรก็ดี เน้นย้ำไว้อีกครั้ง ความเครียดของทุกคนที่เข้ารับการปรึกษาไม่ได้มีสาเหตุจากการทำงานทั้งหมด&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ที่ออกนโยบายเพื่อเน้นการพัฒนาสุขภาพจิตในทุกวัยสำหรับปี 2019 &#8211; 2020 เช่น การป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้นกับวัยทำงานและการให้ความรู้ด้านสุขภาพจิตแก่ประชาชน เป็นต้น&nbsp;</p>
<p><b>ที่มา:</b></p>
<h6><a href="https://bit.ly/2BRNHiU">https://bit.ly/2BRNHiU<br></a><a href="https://bit.ly/2oBbmwY">https://bit.ly/2oBbmwY<br></a><a href="https://bit.ly/2kKYhDa">https://bit.ly/2kKYhDa</a>&nbsp;</h6>
<h6><br></h6>
<p><!-- /wp:paragraph --></p>
<figure><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/C2-1024x1024.png" alt=""></figure>
<p><b>คำถามควิซรอบที่ 2: </b>คุณคิดว่า การหาแรงงานที่มีทักษะ เช่น แพทย์ วิศวกร สถาปนิก ของไทย มีความยากง่ายอยู่ในช่วงอันดับใดของโลก? (อันดับที่ 1 คือ หาง่ายที่สุด และ 130 คือ หายากที่สุด)</p>
<p><b>คำตอบที่ถูกต้อง: </b>ค. 60 &#8211; 90 หรือ อันดับที่ 83 (คนตอบถูก 35.04 %)</p>
<p><b>คำตอบที่คนตอบมากที่สุด: </b>ข. 31-60 (คนตอบมากที่สุด 41.14%)</p>
<p>แม้ทุกวันนี้โลกกำลังหวาดกลัวเทคโนโลยีหรือหุ่นยนต์ที่อาจเข้ามาช่วงชิงบทบาทและลดหน้าที่ของอาชีพใดอาชีพหนึ่งจนอาจจะหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์โลก&nbsp;</p>
<p>แต่ในความจริงแล้ว ผู้นำองค์กรธุรกิจทั่วโลกกลับออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนนี้พวกเขาต้องการแรงงานที่มีทักษะสูงเป็นอย่างมาก และไม่ได้มองว่าจะเกิดการแข่งขันระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรในอนาคตเลยด้วยซ้ำ&nbsp;</p>
<p>จากการศึกษาของ Forbes Thailand ระบุว่าสถานการณ์ทั่วโลกในตอนนี้กำลังขาดแรงงานทักษะสูงกว่า 85 ล้านคน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก World Economic Forum ที่ชี้ว่า ประเทศไทยมีความง่ายในการเข้าถึงแรงงานที่มีทักษะสูงเป็นอันดับที่ 83 จากทั้งหมด 130 ประเทศ&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ดี สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนดังกล่าวนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยเสนอว่า ควรปรับให้อุปสงค์และอุปทานของตลาดแรงงานมีความสอดคล้องกัน และเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทยให้สูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น</p>
<p>ในระยะสั้นภาครัฐและเอกชนควรพิจารณาการปรับค่าจ้างให้สอดคล้องกับผลิตภาพของแรงงาน เนื่องจากที่ผ่านมาค่าจ้างจริงอยู่ในระดับต่ำกว่าผลิตภาพของแรงงานมาโดยตลอด&nbsp;</p>
<p>สำหรับระยะยาว ภาครัฐและภาคเอกชนควรพัฒนาและสร้างความรวมมือใหเกิดความเชื่อมโยงระหว่าง สถาบันการศึกษา สถาบันฝึกอบรม สถาบันเฉพาะทาง และสถานประกอบการในภาคการผลิตต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถผลิตบุคคลากรที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการ และควรเสริมสร้างระบบข้อมูลสําหรับการ วางแผนกําลังคนของประเทศและปรับปรุงคุณภาพของแรงงานในระยะยาว เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและความสามารถแรงงาน</p>
<p><b>ที่มา:&nbsp;</b></p>
<h6><a href="https://bit.ly/2J26SLz">https://bit.ly/2J26SLz<br></a><a href="https://bit.ly/2VQmt4Z">https://bit.ly/2VQmt4Z</a></h6>
<h6><br></h6>
<p><!-- /wp:paragraph --></p>
<figure><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/C3-1024x1024.png" alt=""></figure>
<p><b>คำถามควิซรอบที่ 2:</b>&nbsp; คุณคิดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2018 เป็นอย่างไร</p>
<p><b>คำตอบที่ถูกต้อง:</b> ค. ขยายตัวประมาณ 4% (คนตอบถูก 12.36%)</p>
<p><b>คำตอบที่คนตอบมากที่สุด:</b> ข. ขยายตัวประมาณ 3% (คนตอบมากที่สุด 41.73%)</p>
<p>GDP หรือ Gross Domestic Product แปลเป็นไทยว่า ผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ หรืออธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ รายได้สุทธิของประเทศ ซึ่งมักถูกใช้เป็นตัววัดภาวะเศรษฐกิจเพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ สำหรับนักลงทุน</p>
<p>สำหรับ GDP ของประเทศไทยตามรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เผยว่าเศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวขึ้นเป็นร้อยละ 4.1 ในปี 2018 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2017 อยู่ที่ร้อยละ 0.1&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลข GDP ของไทยจะมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่กลับไม่สอดคล้องกับสภาวะความเป็นจริงที่ว่าข้าวยากหมากแพง โดยปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้ GDP ไทยนั้นมีตัวเลขเช่นนี้เนื่องจาก GDP มาจากผลรวมของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ไปจนถึงภาคประชาชน ซึ่งตัวเลขทั้งหมดนั้น ไม่ได้การันตีถึงความมั่งคั่งของผู้คนในประเทศอย่างเบ็ดเสร็จ&nbsp;</p>
<p>นโยบายทางภาครัฐเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจและ GDP ของประเทศ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจปัจจุบันเช่น ควบคุมราคาสินค้า ส่งเสริมการบริโภคสินค้าทางการเกษตร การลดอัตราดอกเบี้ยและคงราคาภาษี ล้วนแต่มีความตั้งใจในการทำให้ GDP สูงขึ้น อย่างไรก็ตามแผนนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนทุกคนยังไม่สามารถตอบโจทย์คุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้เท่าที่ควร</p>
<p>ดังนั้นในอนาคตภาครัฐ ภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะตรวจสอบและหาทางแก้ไขให้ทิศทางการเติบโตของ GDP สอดคล้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชนแต่เทียบเท่ากับมาตราฐานของประเทศที่พัฒนาแล้วและมีทิศทาง GDP ที่สัมพันธ์กัน</p>
<p><b>ที่มา:</b></p>
<p>&nbsp;https://bit.ly/33DYrNm</p>
<p><!-- /wp:paragraph -->]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/thaiwork/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สภาพแวดล้อมไทยตอนนี้เป็นอย่างไร</title>
		<link>https://ippd.or.th/overview_thai_environment/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/overview_thai_environment/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Nov 2019 15:24:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Surveys]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=1086</guid>

					<description><![CDATA[&#8220;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;</p></p>
<p>ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นอะไรที่ไม่มีใครหนีพ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เราคนไทยแทบทั่วประเทศต่างได้รับผลกระทบ หรือจะปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานีที่สร้างความเสียหายให้กับทั้งภาครัฐ ธุรกิจและประชาชนมหาศาล&nbsp;</p>
<p>การสร้างเมืองถิ่นฐานอย่างยั่งยืน ปลอดภัย ส่งผลเสียต่อธรรมชาติให้น้อยที่สุด เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากที่สุด จึงเป็นเป้าหมายสำคัญของเราและองค์การสหประชาชาติภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals &#8211; SDGs)&nbsp;<br></p>
<p>เพราะเราสนับสนุนให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม ในวันนี้<br></p>
<p><b>IPPD</b> จะพาทุกท่านไปดูว่าในวันนี้ปัญหาสิ่งแวดล้อมไทยอยู่ตรงไหน เพื่อเตรียมพร้อมในการสร้างถิ่นที่อยู่อาศัยที่ดี และเป็นมิตรกับธรรมชาติในอนาคต&nbsp;<br></p>
<p></p>
<figure><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/A2.png" alt=""></figure>
<p><b>คำถามจากควิซรอบที่ 1 </b>: คุณคิดว่าใน 18 ปีที่ผ่านมา (ปี 2000 &#8211; 2018) ประเทศไทยสูญเสียพื้นที่ป่าไม้จากพื้นที่ป่าไม้ทั้งหมดไปประมาณกี่เปอร์เซ็นต์?<br></p>
<p><b>คำตอบที่ถูกต้อง:</b> 9.6% (ข. 6-10%) (คนตอบถูก 15.0%)</p>
<p><b>คำตอบที่คนตอบมากที่สุด:</b> ง. 16-20% (คนตอบมากที่สุด 47.8%)</p>
<p>คนไทยส่วนใหญ่คิดว่า ประเทศไทยสูญเสียพื้นที่ป่า (16 &#8211; 20%) จากคำตอบที่มากที่สุดของผู้เล่น quiz แสดงให้เห็นว่า คนไทยตระหนักถึงปัญหาของการสูญเสียพื้นที่ป่าที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศ ผลสำรวจขององค์กร Global Forest Watch (GFW) สรุปผลออกมาว่า ประเทศไทยได้สูญเสียพื้นที่ป่าไปทั้งหมด 9.6% ในช่วงปี 2000 &#8211; 2018 ที่ผ่านมา โดย GFW ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าพื้นที่ป่าที่น้อยลงทุกปีนั้นมีสาเหตุหลักมาจากการตัดไม้ทำลายป่า&nbsp;</p>
<p>มากไปกว่านั้น ในช่วงปี 2013 &#8211; 2018 GFW ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ใน 9.6% ที่ไทยสูญเสียพื้นที่ป่าไปนั้นเป็นพื้นที่ป่าไม้ธรรมชาติ และเป็นส่วนทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 332 ตัน ในชั้นบรรยากาศมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดภาวะโลกร้อน ระบบนิเวศขาดสมดุลและภัยธรรมชาติอย่างภัยแล้งและน้ำท่วมอีกด้วย</p>
<p>ผลจากจำนวนป่าไม้ที่ลดลงกว่า 6-10% ทำให้นโยบายด้าน ‘ป่าไม้’ ของไทยนั้น ได้ถูกระบุลงในยุทธศาสตร์ชาติ (2561 &#8211; 2580) ด้านที่ 5 ‘การสร้างความเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม’ ผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมที่ชาติที่เสื่อมโทรม ทั้งยังมีแผนที่จะออกนโยบายป่าไม้แห่งชาติ เพื่อวางกรอบในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม รวมถึงคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของคนไทยในอนาคต</p>
<p><b>ที่มา:&nbsp;</b></p>
<p>https://bit.ly/2VMEiSw</p>
<p></p>
<figure><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/A3.png" alt=""></figure>
<p><b>คำถามจากควิซรอบที่ 1:</b> คุณคิดว่าประเทศไทยเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน (เช่น ภัยพิบัติทางสภาพอากาศ) มากน้อยเเค่ไหน?</p>
<p><b>คำตอบที่ถูกต้อง:</b> ค. เสี่ยงน้อย (คนตอบถูก 17.20%)</p>
<p><b>คำตอบที่คนตอบมากที่สุด: </b>ข. เสี่ยงมาก (คนตอบมากที่สุด 61.72%)</p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริง เมื่อปัจจุบันนี้แทบทุกภูมิภาคต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤติดังกล่าวกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิโลกที่ร้อนขึ้น พายุโหมกระหน่ำรุนแรง คลื่นทะเลสูงจนสามารถซัดให้เมืองชายฝั่งถูกกัดเซาะพื้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ยังไม่นับรวมถึงไฟป่าที่ลุกโชนและวิกฤติน้ำแข็งขั้วโลกบนเกาะกรีนแลนด์และทวีปแอนตาร์กติกากำลังละลายอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจากความแปรปรวนของภูมิอากาศที่ได้รับคือ ภัยแล้ง พายุ และน้ำท่วม ซึ่งทั้งหมดก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตทางเกษตร กลายเป็นความเสียหายที่สำคัญ เมื่อสถานะของประเทศไทยคือเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรอันดับต้น ๆ ของโลก&nbsp;<br></p>
<p>ข้อมูลจาก Hague Centre for Strategic Studies ปี 2015 ชี้ว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงน้อยที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน เช่น ภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ หรือ ปัญหาพืชผลทางเกษตรที่เสียหาย เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากรายงานดัชนีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Global Climate Risk Index) ฉบับปี 2019 โดย German Watch พบว่า ในปี 2017 ไทยได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศเป็นอันดับที่ 10 ของโลก กล่าวคือมียอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด 176 คน มูลค่าความเสียหายของการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนคิดเป็นทั้งหมด 4,371.160 ดอลลาร์สหรัฐหรือต่อ GDP จะอยู่ที่ 0.354% โดยสาเหตุที่ทำให้ไทยติดอันดับสืบเนื่องมาจากในปีดังกล่าว ไทยสบปัญหาอุทกภัยรุนแรงในบริเวณภาคใต้ ส่งผลให้มีผู้ได้รับความเสียหายจากวิกฤติดังกล่าวมากถึง 1.6 ล้านคน สำหรับนโยบายการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและลดความเสียหายต่อผลผลิตและรายได้ของเกษรกร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้จัดให้มีศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ เพื่อเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนให้หน่วยงานจัดการในทันที พร้อมเฝ้าระวังเตรียมการพร่องน้ำและขยายพื้นที่ระบายน้ำท่วมขังจากฝนตกให้มีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><b>ที่มา:&nbsp;</b><br></p>
<h6>https://bit.ly/2MR1MSD<br>https://bit.ly/2RXHRCE<br>https://bit.ly/2MR1MSD</h6>
<p></p>
<p></p>
<figure><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/A4.png" alt=""></figure>
<p><b>คำถามจากควิซรอบที่ 2</b>: คุณคิดว่าปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีผลต่อสุขภาพของคนไทยในปี 2016 โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับใด</p>
<p><b>คำตอบที่ถูกต้อง</b>: 26.2 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (ค. มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก 23.2-29.2) (คนตอบถูก 38.24%)</p>
<p><b>คำตอบที่คนตอบมากที่สุด:</b> ค. ส่งผลมาก (คนตอบมากที่สุด 38.24%)</p>
<p>ฝุ่น PM2.5 เป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพคนไทยทั่วประเทศ ทั้งยังกลายเป็นปัญหาระดับชาติที่ทุกหน่วยงานให้ความสนใจอย่างจริงจังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา</p>
<p>สำหรับประเทศไทยสาเหตุหลักของฝุ่น PM2.5 มาจากควันรถยนต์ อุตสาหกรรม ไฟป่า และการเผาในที่โล่งเป็นหลัก โดยจากการวัดค่าฝุ่น PM2.5 จาก Air Quality Index (AQI) ระบุว่า ถ้าค่ายิ่งสูงจะยิ่งเป็นอันตราย&nbsp;</p>
<p>ย้อนมองดูเมื่อ 2 &#8211; 3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเจอกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ยถึง 26.2 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร/ปี และจากข้อมูลล่าสุดปี 2018 ค่าฝุ่น PM2.5 ยังคงอยู่ที่ 25 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินกว่าค่าปกติที่ WHO แนะนำไว้คือ 10 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร/ปี&nbsp;<br></p>
<p>อย่างไรก็ดี ฝุ่น PM2.5 ไม่ได้กระทบเพียงแต่กรุงเทพ เพราะแต่ละภูมิภาคในประเทศล้วนได้รับผลกระทบที่แตกต่างกันออกไป โดยพื้นที่มีปัญหาฝุ่นมากที่สุดคือพื้นที่ในภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง&nbsp;<br></p>
<p>ภาครัฐได้มีการจัดการกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ภายใต้กรมควบคุมมลพิษ โดยทางกรมฯได้คอยรายงานข้อมูลสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในรูปแบบที่ประชาชนสามารถเข้าใจง่ายผ่านทางเฟสบุ๊คแฟนเพจของกรมเอง รวมทั้งกรมฯ ยังได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ<br></p>
<p>อีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขนั้น ได้ออก 3 นโยบายรณรงค์ลดฝุ่น PM2.5 เพื่อให้ภาคประชาชนได้ลองทำร่วมกัน ได้แก่ การสนับสนุนให้ประชาชนเดินทางด้วยจักรยานและรถสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว หรือหันมาใช้รถร่วมกัน หากเดินทางไปจุดเป้าหมายร่วมกัน การส่งเสริมและขอความร่วมมือให้ประชาชนตรวจสอบสภาพรถยนต์เป็นประจำทุกปีเพื่อลดปัญหาควันดำ และ การจำกัดเส้นทางกับระยะเวลาการวิ่งรถบนถนน&nbsp;</p>
<p>จากนโยบายภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสดงให้เห็นว่าวิธีการรับมือของประชาชนไม่ใช่เพียงแค่ใส่หน้ากาก N95 แต่เราจำเป็นต้องช่วยกันลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษเพิ่ม คอยตรวจสอบสภาพรถ ลดการเผาหญ้าหรือขยะ เพื่อเราจะได้มีอากาศบริสุทธิ์ต่อไปในอนาคต</p>
<p><b>ที่มา:&nbsp;</b></p>
<h6>https://bit.ly/2IY9v09<br>https://bit.ly/35zCAZg<br>https://bit.ly/2AtFbYr<br>https://bit.ly/32qvy76<br>https://bit.ly/2Y5909J<br>https://bit.ly/2MR3nrB</h6>
<p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/overview_thai_environment/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
