<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นโยบายสาธารณะ &#8211; IPPD</title>
	<atom:link href="https://ippd.or.th/tag/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://ippd.or.th</link>
	<description>สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 03 Nov 2020 08:06:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.4.6</generator>

<image>
	<url>https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/cropped-ippd-32x32.png</url>
	<title>นโยบายสาธารณะ &#8211; IPPD</title>
	<link>https://ippd.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิวัฒนาการของนโยบายสาธารณะและการพัฒนาประเทศไทย จากอดีตสู่อนาคต</title>
		<link>https://ippd.or.th/thai-public-policy/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/thai-public-policy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Oct 2020 08:53:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[Public Opinion & Dialogue Lab]]></category>
		<category><![CDATA[IPPD]]></category>
		<category><![CDATA[public-policy]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายสาธารณะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=5917</guid>

					<description><![CDATA[เขียน: ชลิตา สุนันทาภรณ์ “เพราะเราอยู่ในโลกที่ไม่สมบูรณ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h6 style="text-align: right;">เขียน: ชลิตา สุนันทาภรณ์</h6>
<p>“เพราะเราอยู่ในโลกที่ไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้น จึงไม่มีกลไกใดที่สมบูรณ์แบบ สำหรับการออกแบบนโยบายสาธารณะ”</p>
<p>คือคำกล่าวจากปาฐกถาเกียรติยศในหัวข้อ <strong>“วิวัฒนาการของนโยบายสาธารณะและการพัฒนาประเทศไทย จากอดีตสู่อนาคต”</strong> โดย<strong>ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประธานที่ปรึกษาและผู้ก่อตั้ง สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา</strong> ในงานการประชุมวิชาการประจำปี ในหัวข้อ <strong>“Thailand 2020s and Beyond: Building a Better Society Together”</strong> ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 1 ชั้น 5 อาคารสามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันที่ วันที่ 25 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา</p>
<p>การหานโยบายสาธารณะที่สมบูรณ์แบบ ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างหมดจดอาจเป็นเรื่องยาก แต่การหานโยบายสาธารณะที่ดี หรือเหมาะสมกับบริบท หรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งในช่วงเวลานั้น อาจไม่ได้ยากเกินไป หากเรามีปลายทางร่วมกันคือ การพยายามทำให้สังคมได้รับผลประโยชน์มากที่สุด และได้รับผลกระทบน้อยที่สุด</p>
<h2>วิวัฒนาการของนโยบายสาธารณะ</h2>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0887.jpg" alt=""></p>
<p>ภายในงาน <strong>ดร.ทศพร</strong> ได้อธิบายที่มาที่ไปของนโยบายสาธารณะว่า แท้จริงแล้ว นโยบายสาธารณะมีความเก่าแก่พอ ๆ กับอารยธรรมมนุษย์ กล่าวคือ เมื่อมนุษย์เริ่มรวมกลุ่มกัน การจัดระเบียบสังคมก็ถือกำเนิดขึ้น โดยหลักฐานชิ้นแรกที่ปรากฎให้เห็นเป็นประจักษ์นั้นคือ ประมวลกฎหมายฮัมมูราบี (Code of Hammurabi)</p>
<p>ขณะที่ประเทศไทยนั้น หลักฐานแรกของนโยบายสาธารณะ แม้จะไม่ได้ปรากฏให้เห็นอย่างแน่ชัด แต่ก็อาจชี้ได้ว่า ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง คือนโยบายสาธารณะแรกของประเทศไทย ซึ่งเนื้อหาในศิลาจารึก ได้มีการระบุถึงการค้าเสรี สำหรับนโยบายสาธารณะในยุคปัจจุบันนั้น <strong>ดร.ทศพร </strong>อธิบายว่าสามารถแบ่งออกเป็น 3 ยุคสมัย ได้แก่</p>
<ol>
<li>ช่วงปี ค.ศ. 1940 – 1970: เป็นช่วงที่ประเทศไทยเริ่มวาง blue print ในการออกแบบนโยบายสาธารณะ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากชาวต่างชาติ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสอง</li>
<li>ช่วงปี ค.ศ. 1980 – 1990: การวางนโยบายสาธารณะของประเทศไทยในตอนนั้น ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดเศรษฐศาสตร์นิโอคลาสสิก (Neo-classical Economic) สูง กล่าวคือ เน้นใช้กลไกตลาดเสรี ประกอบทั้งบริบทการเมืองในประเทศเข้มแข็ง จึงยิ่งทำให้สังคมไทยในช่วงนั้นมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว</li>
<li>ช่วงปี ค.ศ. 2010 – ปัจจุบัน: สำหรับนโยบายสาธารณะของไทยในยุคตั้งแต่สิบปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบันนั้น ได้รับผลกระทบจากความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ กล่าวคือ มีการเปลี่ยนแปลงชุดรัฐบาลบ่อยครั้ง ส่งผลให้นโยบายสาธารณะ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามรัฐบาลในแต่ละช่วง</li>
</ol>
<h2>นโยบายสาธารณะที่ดี มีองค์ประกอบอะไรบ้าง</h2>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0924.jpg" alt=""></p>
<p>จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า นโยบายสาธารณะนั้นมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และเกี่ยวข้องกับประชาชนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การออกแบบนโยบายสาธารณะให้ดี ก็เหมือนกับวิชาชีพทั่วไป ที่จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสมในการออกแบบนโยบายสาธารณะ กล่าวคือหลังจากคิดวิเคราะห์ออกแบบนโยบายสาธารณะได้แล้ว ก็ต้องมีการนำไปปฏิบัติและประเมินผลถึงความสำเร็จของนโยบายสาธารณะ ถึงอย่างนั้น ในความเป็นจริง มนุษย์เราอาศัยอยู่ในโลกที่ไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีกลไกใด ที่จะสามารถออกแบบนโยบายสาธารณะได้อย่างสมบูรณ์แบ</p>
<p>การวิเคราะห์นโยบายสาธารณะนั้นจึงมีอยู่ 2 ด้าน ได้แก่ การวิเคราะห์อนาคต มองไปข้างหน้า หรือที่เรียกว่า Prospective Policy มองอนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้น โลกนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เมื่อมีภาพชัดเจนแล้ว แล้วจะเกิดอะไรขึ้น อีกด้านเรียกว่า Retrospective Policy เมื่อนโยบายเกิดขึ้นแล้ว มันกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่หรือไม่ นโยบายที่นำไปใช้ส่งผลให้มีการพัฒนาดีขึ้นจริงไหม แล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงตามมาอย่างไร</p>
<p>การกำหนดนโยบายสาธารณะจึงมีชุดความคิด และเครื่องมือที่หลากหลาย เช่น หากในอดีตที่เน้นให้รัฐบาลเข้ามามีส่วนร่วม นโยบายสาธารณะในยุคนั้น ก็จะเน้นให้มีการจัดตั้งหน่วยงาน หรือออกฎหมายและข้อระเบียบเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้น หากเป็นด้านเศรษฐกิจ ก็จะเป็นการส่งเสริมหรือลดภาษีต่าง ๆ เช่น อยากกระตุ้นให้ประชาชนใช้จ่ายมากขึ้น ก็ออกมาตรการท่องเที่ยวต่าง ๆ ออกมา เป็นต้น หรือในปัจจุบัน ที่ผู้กำหนดนโยบายสาธารณะที่คำนึงถึงประชาชนมากขึ้น การรับฟังเสียงของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงเป็นอีกหนึ่งในเครื่องมือของการออกแบบนโยบายสาธารณะ นอกจากนั้นแล้ว ยังมีการนำหลักธรรมาธิบาลมาจับใช้ เพื่อวิเคราะห์และประเมินว่า นโยบายสาธารณะที่ถูกนำมาปฏิบัติใช้นั้น เหมาะสมหรือไม่ มีประสิทธิภาพ และไม่ได้กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือเปล่า เป็นต้น</p>
<p>“คำว่า public (policy) ที่อยู่หน้า policy หมายความว่าอย่างไร มันไม่ใช่ public ที่หมายถึงผลกระทบต่อคนหมู่มาก แต่หมายถึงประชาชนจริง ๆ ที่หายไปจากที่อยู่หน้าคำว่า policy ดังนั้น human-focused จึงเป็น approach ที่ทางสถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา จะต้องดึงให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น” <strong>ดร.ทศพร</strong> กล่าว</p>
<p>อย่างไรก็ดี เครื่องมือหรือชุดความคิดที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการออกแบบนโยบายสาธารณะที่ดี อีกทั้งเครื่องมือและชุดความคิดในการออกแบบนโยบายสาธารณะต่าง ๆ ยังสามารถนำมาประกอบคู่กันในการออกแบบและปฏิบัติใช้</p>
<h2>นโยบายสาธารณะและการพัฒนา กับความหวังของประชาชน</h2>
<p>แม้เราจะสามารถหาหนทาง ในการออกแบบนโยบายสาธารณะที่ดีได้ แต่เมื่อมองถึงบริบทของโลกแห่งความจริง กลับมีเงื่อนไขมากมาย ที่เหนี่ยวรั้งให้นโยบายสาธารณะที่ถูกวิเคราะห์และออกแบบมาอย่างดี ต้องติดชะงัก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหลายครั้ง จนส่งผลให้นโยบายสาธารณะต่าง ๆ ดำเนินการอย่างไม่ลื่นไหล หรือจะเป็นเรื่องของจำนวนของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่สอดคล้องกับปัญหาที่มีอยู่ และสถานการณ์ไม่คาดฝันอย่างการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19</p>
<p>จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า ประเทศไทยนั้นเผชิญกับความไม่แน่นอนอยู่ต่อเนื่อง ดังนั้นประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีกรอบในการดำเนินยุทธศาสตร์ชาติ โดย<strong>ดร.ทศพร</strong>ระบุว่า ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้วางกรอบเอาไว้ทั้งหมด 6 เรื่อง ได้แก่ สร้างความมั่นคง แข่งขันกับนานาชาติได้ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทำให้ความเหลื่อมล้ำหมดไป เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และสุดท้ายคือปรับระบบบริหารภาครัฐ เป็นการเดินทางที่เราต้องสำเร็จ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถหลุดพ้นจากการเป็น ‘ประเทศกำลังพัฒนา’</p>
<p>ดังนั้น เพื่อแก้ไขข้อจำกัดที่มีอยู่ และเดินต่อไปบนเส้นทางที่ไปสู่การเป็น ‘ประเทศพัฒนาแล้ว’ <strong>ดร.ทศพร</strong> จึงอธิบายว่า สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนาจึงถือกำเนิดขึ้นด้วยประการเช่นนี้ เพื่อให้สามารถมองภาพอนาคต ประเมินนโยบายที่ได้มีการดำเนินอยู่ รวมถึงส่งกลับมาว่านโยบายดังกล่าวนั้น ตอบโจทย์หรือไม่และอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องร่วมมือกับภาคเอกชนและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายสานสัมพันธ์ในการทำงาน แบ่งปันองค์ความรู้</p>
<p><strong>ดร.ทศพร</strong> อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากนั้นแล้ว การออกแบบนโยบายสาธารณะนั้น ต้องคำนึงถึงการมองทุกอย่างให้เป็นระบบ และมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอีกด้วย กล่าวคือ เพราะถ้าหากไม่มองทุกอย่างให้เชื่อมโยงกัน แล้วการแก้ไขปัญหาเพียงเฉพาะจุด อาจกระทบต่ออีกจุด ด้วยเหตุดังกล่าวสถาบันฯ จึงได้ทำคู่มือเช็คลิสต์ เพื่อใช้กับหน่วยงานต่าง ๆ ต่อไปจะทำเรื่องอะไรก็ต้องผ่านเช็คลิสต์ ให้กับนักวิเคราะห์นโยบายและแผน</p>
<p>“สิ่งสำคัญคือพยายามทำให้สังคมได้รับประโยชน์สูงสุดจากนโยบายสาธารณะ นโยบายเหล่านั้นต้องมองภาพไปข้างหน้า ดักรอปัญหาได้ กรุงเทพจะเผชิญอะไร แล้วเราจะเตรียมรองรับปัญหาอย่างไร เป็นนโยบายสาธารณะในลักษณะ forward looking เพราะปัญหาสาธารณะยากนัก ที่จะมีคำตอบที่สมบูรณ์ แต่ที่สำคัญคือ จะต้องพยายามหาตัวที่ดีที่สุด ในการปรับปรุงความเป็นอยู่ของมนุษย์” <strong>ดร.ทศพร</strong> กล่าวทิ้งท้ายในการจบปาฐกถาเกียรติยศ เพื่อสรุปว่า ไม่ว่าจะเป็นยุคใดๆ ก็ตาม จุดประสงค์สำคัญของการสร้างนโยบายสาธารณะที่ดีนั้น ทำเพื่อสิ่งใด</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/thai-public-policy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทสรุปงานเสวนา Taiwan’s Strategy: บุญเก่า-บุญใหม่ของไต้หวัน ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม</title>
		<link>https://ippd.or.th/taiwan-s-strategy/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/taiwan-s-strategy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2020 06:32:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[Foresight & Futures Lab]]></category>
		<category><![CDATA[บุญเก่า-บุญใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=3452</guid>

					<description><![CDATA[เรื่อง: นลินี มาลีญากุล ไต้หวันเป็นตัวอย่างที่ดีของการ  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h6 class="has-text-align-right wp-block-heading">เรื่อง: นลินี มาลีญากุล</h6>


<p>ไต้หวันเป็นตัวอย่างที่ดีของการ “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส” แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ ก็สามารถใช้ความท้าทายเหล่านั้น มาเป็นจุดเร่งการพัฒนาและปฏิรูป จนกลายมาเป็นหนึ่งในสี่เสือของเอเชีย</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น ขณะที่เสือตัวอื่นดูมีทีท่าจะเพลี่ยงพล้ำ แต่ไต้หวันกลับยืนโดดเด่น โดยเฉพาะการเป็นโมเดลของการพัฒนาอย่างทั่วถึง หรือการเติบโตแบบ inclusive growth ที่เป็น “พื้นบุญ” สำคัญให้กับไต้หวัน จนสามารถแสวงหา “บุญใหม่” ต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง</p>
<p>IPPD ชวนถอดบทวิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของไต้หวัน<strong> ในงานเสวนาออนไลน์ ซีรีส์ชุด “บุญใหม่” ผ่าน Taiwan’s Strategy: บุญเก่า-บุญใหม่ของไต้หวัน ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม</strong> ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 โดย <strong>ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร</strong> นักวิจัยสถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา อาจารย์ด้านกฎหมายและการพัฒนา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ <strong>รศ. ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร</strong> รองศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง จาก National Graduate Institute for Policy Studies (GRIPS), Tokyo โดยท่านสามารถรับชมวิดีโอบันทึกงานเสวนาได้ <a href="https://web.facebook.com/watch/live/?v=493229454778882&amp;ref=watch_permalink">ที่นี่ </a></p>


<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-01-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-3457" srcset="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-01-1024x1024.jpg 1024w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-01-300x300.jpg 300w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-01-150x150.jpg 150w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-01-768x768.jpg 768w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-01-1536x1536.jpg 1536w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-01-2048x2048.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading">4 จุดเปลี่ยนการพัฒนาไต้หวัน </h2>



<p><strong>ดร.อาร์ม</strong> แนะนำ <strong>“พื้นบุญ”</strong> เดิมของไต้หวันคือ ความสำเร็จในการปฏิรูปที่ดินและการขับเคลื่อนเรื่องการศึกษา ทำให้ไต้หวันมีชื่อเสียงเรื่อง<strong> “inclusive growth”</strong> หรือการเติบโตอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะความสามารถในการกระจายทรัพยากรและความเท่าเทียม นอกจากนั้น ไต้หวันยังเป็นผู้นำโมเดลการเติบโตด้วยการส่งออก ส่งผลให้เกิดกลไกการแข่งขันและสร้างภาคเอกชนที่มีประสิทธิภาพ</p>



<p><strong>ดร.อาร์ม </strong>ชี้ว่าความท้าทายของไต้หวันในตอนนี้ ได้แก่ ตลาดโลกที่ผันผวน จนทำให้มีคำถามตามมาว่า โมเดลการเติบโตด้วยการส่งออกยังใช้ได้หรือไม่ นอกจากนั้น ตลาดภายในที่มีขนาดเล็ก ทำให้เป็นข้อจำกัดในการพัฒนาเทคโนโลยียุคใหม่ ที่ต้องอาศัยขนาดของตลาดอยู่มาก อีกทั้งห่วงโซ่การผลิตด้านเทคโนโลยีภายในของไต้หวันเองยังไม่สมบูรณ์ จึงคงจำเป็นต้องพึ่งพาห่วงโซ่จากภายนอก</p>



<p>แต่กว่าไต้หวันจะประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นหนึ่งในสี่เสือของเอเชียได้ <strong>รศ. ดร.วีระยุทธ</strong> กล่าวว่าเรื่องทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นฉับพลันทันที หากแต่มีกระบวนการเปลี่ยนผ่านในหลายช่วงสมัย ได้แก่ </p>



<p>ช่วงแรกในปี 1952-1962 พรรคก๊กมินตั๋งนำการปฏิรูปที่ดินครั้งใหญ่ ซึ่งนั่นได้เพิ่มให้ประสิทธิภาพการเกษตรของไต้หวันมากขึ้น จนกลายเป็นพื้นบุญสำคัญ และต่อยอดไปเป็นการทำอุตสาหกรรมการเกษตร ที่เกิดการจ้างงานแก่คนจำนวนมากได้ </p>



<p>ถัดมาคือช่วงปี 1962–1968 ซึ่งเป็นปีเปลี่ยนผ่านสำคัญ ที่นำไต้หวันสู่การสนับสนุนกิจการท้องถิ่นขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ให้เป็นหัวหอกสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ จนมีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกได้ นอกจากนั้นไต้หวันยังเน้นพัฒนากลไกสนับสนุน SMEs ให้มีความสามารถของการแข่งขันในระยะยาว ทั้งระดับกิจการ ระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ </p>



<p>ต่อมาในปี 1970–2000 เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทายจากการที่ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ทำความตกลงเรื่องการเปลี่ยนค่าเงิน ทำให้เกิดการตั้งลำการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ และไต้หวันเองก็อาศัยโอกาสนี้ ในการขยายฐานการผลิตไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกได้</p>



<p>และในช่วงปี 2000–ปัจจุบัน ภายหลังจุดเปลี่ยนทางการเมือง ที่ตัวแทนจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าพลิกชนะการเลือกตั้ง ทำให้ไต้หวันเกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ที่ไปมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อกระจายความมั่งคั่งและความสำคัญทางเศรษฐกิจ อีกทั้งไต้หวันยังหันมากำหนดทิศทางของตนเอง ในห่วงโซ่การผลิตโลกให้ชัดเจนขึ้น </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-02-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-3460" srcset="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-02-1024x1024.jpg 1024w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-02-300x300.jpg 300w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-02-150x150.jpg 150w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-02-768x768.jpg 768w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-02-1536x1536.jpg 1536w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-02-2048x2048.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading">จุดเด่นแผนยุทธศาสตร์ที่ทำให้ไต้หวันยืนระยะการเติบโต</h2>



<p><strong>รศ. ดร.วีระยุทธ</strong> ยังชวนสนทนาถึง 3 หัวใจสำคัญของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไต้หวัน ดังนี้ </p>



<ol><li>ไต้หวันเลือกให้ SMEs เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยพลิกเอาความชำนาญเทคโนโลยีเฉพาะทาง มาผนวกเข้ากับกลไกการสนับสนุนแบบ <strong>“สามประสาน”</strong> โดยให้รัฐวิสาหกิจเป็นต้นน้ำของการพัฒนา ต่อมาจึงให้ระดับท้องถิ่นแข่งขันกันในช่วงกลางน้ำ แล้วจึงค่อยส่งต่อไปปลายน้ำในระดับประเทศ </li><li>ไต้หวันมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระดับมหภาคสูงมาก มีอัตราเงินเฟ้อที่ค่อนข้างต่ำ มีการกระจายรายได้ที่สูง ความเหลื่อมล้ำต่ำ </li><li>ไต้หวันวางตำแหน่งของตนบนตลาดโลกได้อย่างฉลาดแยบยล ผ่านการวิเคราะห์ความเข้าใจต่อห่วงโซ่การผลิต โดยไต้หวันจะเน้นวางแผนยุทธศาสตร์ ที่เน้นลงทุนในเทคโนโลยีที่มีวัฏจักรที่สั้น ก่อนจะจับจุดนั้น พลิกเป็นความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก</li></ol>



<p>จากยุทธศาสตร์ไต้หวันสู่ประเทศไทย อะไรคือความแตกต่าง</p>



<p>ก่อนเปรียบเทียบความแตกต่าง ของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาไต้หวันกับประเทศไทย <strong>รศ. ดร.วีระยุทธ</strong> ยกตัวอย่างเกาหลีใต้ซึ่งเป็นหนึ่งในเสือเศรษฐกิจของเอเชียขึ้นมาเปรียบเทียบด้วย แม้เกาหลีใต้จะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อนแรงไม่แพ้กับไต้หวัน แต่เกาหลีใต้เลือกแผนการพัฒนาเศรษฐกิจที่ส่งเสริมกิจการขนาดใหญ่ และยอมปล่อยให้เกิดอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำของเกาหลีใต้พุ่งสูงตามไปด้วย ต่างไปจากไต้หวัน ที่สนับสนุน SMEs และการกระจายรายได้ ทั้งหมดนี้มาจากการที่รัฐบาลของพรรคก๊กมินตั๋ง ถอดบทเรียนความผิดพลาดในอดีตในจีนแผ่นดินใหญ่ ปัจจัยทางการเมืองจึงมีผลต่อการกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ที่มีคุณภาพของไต้หวัน นำไปสู่การเติบโตแบบมีส่วนร่วมของไต้หวันอย่างทุกวันนี้ </p>



<p>เมื่อมองเปรียบเทียบกับประเทศไทย <strong>รศ. ดร.วีระยุทธ</strong> กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของไต้หวันเน้นวางนโยบายทางอุตสาหกรรม (industrial policy) ที่กำหนดตลาดและเป้าประสงค์อย่างชัดเจน รวมถึงการสร้างความสอดคล้องของงานวิจัย เพื่อพัฒนาประเทศให้เข้ากับอุตสาหกรรมที่ไต้หวันต้องการเข้าแข่งขันกับตลาดโลก ที่สำคัญคือไต้หวันไม่เลือกจะเป็นผู้นำเกม แต่ใช้วิธีการเรียนรู้ว่าตนอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่การผลิต และเน้นพัฒนาแต่เทคโนโลยีที่ตนถนัด ขณะที่ไทยจะเน้นรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเน้นการลงทุนจากต่างประเทศเป็นหลัก </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-03-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-3462" srcset="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-03-1024x1024.jpg 1024w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-03-300x300.jpg 300w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-03-150x150.jpg 150w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-03-768x768.jpg 768w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-03-1536x1536.jpg 1536w, https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/06/Taiwan-960x960-03-2048x2048.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading">น้ำนิ่งไหลลึก และพลังแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ของไต้หวัน</h2>



<p><strong>“จงมองสิ่งทั้งปวงจากภายใน”</strong> คือคำที่ <strong>รศ. ดร.วีระยุทธ</strong> ยกขึ้นมาอธิบายพื้นบุญสำคัญของไต้หวัน แม้เราอาจจะไม่ค่อยรู้จักแบรนด์สินค้าของไต้หวันมากเท่าไรนัก แต่มูลค่าเพิ่มของไต้หวัน แทรกอยู่ตามชิ้นส่วนสำคัญภายในสินค้าเทคโนโลยีต่างๆ และทั้งหมดนี้มาจากการวางยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ชัดเจนว่า จะสนับสนุนใครเป็นหัวหอกในการพัฒนา จะต้องส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนารูปแบบใด แต่ก็เป็นยุทธศาสตร์ที่มีต้นทุนเช่นกัน เพราะไต้หวันจะไม่สามารถกำหนดเกมในอุตสาหกรรมได้ เท่ากับบริษัทเจ้าของตราสินค้านั้นเอง</p>



<p>แม้ปัจจุบันไต้หวันกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่หลากหลาย ทั้งจากการเมืองระหว่างประเทศและตลาดโลกที่ผันผวน แต่ไต้หวันยังคงมีโครงสร้างของประชากรหนุ่มสาว อันเป็นจุดแข็งของการพัฒนาเศรษฐกิจในขั้นตอนต่อไป ไต้หวันเป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่ ที่ได้รับผลประโยชน์จากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา และเมื่อพิจารณาการวางแผนยุทธศาสตร์ของไต้หวันอย่างละเอียดแล้ว เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทุกครั้งที่มีภัยคุกคามจากภายนอก แต่มักจะกลายเป็นโอกาสของไต้หวัน ที่จะเร่งพลังการเติบโตและการแสวงหาบุญใหม่ เพื่ออนาคตในวันข้างหน้าต่อ ๆ ไป </p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/taiwan-s-strategy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
