<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>sustainable-society &#8211; IPPD</title>
	<atom:link href="https://ippd.or.th/tag/sustainable-society/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://ippd.or.th</link>
	<description>สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 03 Nov 2020 08:08:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.4.6</generator>

<image>
	<url>https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2019/11/cropped-ippd-32x32.png</url>
	<title>sustainable-society &#8211; IPPD</title>
	<link>https://ippd.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บทสรุปงานประชุมวิชาการ ประจำปี 2563 หัวข้อ Building a Sustainable Society</title>
		<link>https://ippd.or.th/sustainable-seminar/</link>
					<comments>https://ippd.or.th/sustainable-seminar/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Oct 2020 04:56:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic Project]]></category>
		<category><![CDATA[IPPD]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable-society]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ippd.or.th/?p=5880</guid>

					<description><![CDATA[เขียน: ชลิตา สุนันทาภรณ์ ประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h6 style="text-align: right;">เขียน: ชลิตา สุนันทาภรณ์</h6>
<p>ประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีมากขึ้น สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (gross domestic product: GDP) ที่เพิ่มขึ้นตาม แต่เช่นเดียวกันเราทุกคนเองก็ต้องการสร้างสังคมที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่จะมีวิธีการใดได้บ้างที่สังคมไทยจะไปถึงเป้าหมานั้นได้?</p>
<p>กลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญที่สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนาให้ความสนใจ ทั้งยังเป็นหนึ่งในหัวข้อ <strong>“Building a Sustainable Society” จากงานการประชุมวิชาการประจำปี ในหัวข้อ “Thailand 2020s and Beyond: Building a Better Society Together”</strong> เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2563 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 1 ชั้น 5 อาคารสามย่านมิตรทาวน์ โดย <strong>อาจารย์ว่าน ฉันทวิลาสวงศ์ หัวหน้า Foresight and Futures Lab</strong> เพื่อนำเสนอมุมมองการวิเคราะห์และออกแบบนโยบายสาธารณะที่มองอย่างเป็นระบบและรอบด้าน รวมถึงการมองเป้าหมายการพัฒนาร่วมกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายและประชาชน</p>
<h2>การพัฒนาระบบนิเวศ + การพัฒนาเศรษฐกิจ = การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน</h2>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1152.jpg" alt=""></p>
<p><strong>อาจารย์ว่าน ฉันทวิลาสวงศ์ หัวหน้า Foresight and Futures Lab</strong> บอกเล่าให้ฟังว่าทุกวันนี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของทั่วโลกนั้นเพิ่มสูงขึ้น สังเกตได้จากที่ GDP ของโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี หากมองไปที่ความมั่งคั่งอย่างครอบคลุมทุกมิติ โดยอ้างอิงจาก Inclusive Wealth Index ที่ทางโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme หรือ UNEP) รายงานไว้เมื่อปี 2014 จะพบว่า โลกของเราไม่ได้พัฒนาความมั่งคั่งที่เทียบเท่ากับ GDP และนั่นแสดงให้เห็นว่าถึงแม้การผลิตของมนุษยชาติจะสูงขึ้น แต่ทรัพยากรมนุษย์เราไม่ได้พัฒนาด้วยอัตราการเติบโตที่เท่ากัน มากไปกว่านั้น ในทางกลับกันทรัพยากรธรรมชาติกลับมีแต่จะลดลง จนอาจกล่าวได้ว่า สมดุลในการพัฒนาอย่างยั่งยืนคือการพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อม และ เศรษฐกิจควบคู่กันไป เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่สังคมไทยต้องเริ่มหันมาใส่ใจและพยายามก้าวเข้าหาสมดุลดังกล่าวอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น</p>
<p>“การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนนั้นต้องดูที่ความจำเป็นพื้นฐานของสังคม แต่ในขณะที่เราพยายามจะตอบโจทย์สังคมนั้น เราต้องดูด้วยว่าระบบนิเวศยอมให้เราไปถึงได้ขนาดไหน? เพราะเพดานของระบบนิเวศกับความจำเป็นขั้นพื้นฐานของสังคมอยู่คู่กันตลอดเวลา หากเราต้องการจะพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน การพัฒนาอย่างสมดุลคือการพัฒนาที่มุ่งสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนในสังคมโดยไม่ล่วงเกินศักยภาพของการทำงานของสิ่งแวดล้อม” <strong>อาจารย์ว่าน</strong>กล่าว</p>
<h2>Plastic Project: นำเสนอทางเลือกการแก้ไขปัญหาถุงพลาสติกที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน</h2>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1154.jpg" alt=""></p>
<p>การพัฒนาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องคิดถึงเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่จะต้องปกป้องธรรมชาติและฟื้นฟูธรรมชาติไปพร้อม ๆ กัน ทั้งนี้ การจะไปสู่สังคมที่ดีขึ้น ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น ต้องเริ่มจากการทำให้การรักษาธรรมชาติเป็นเรื่องง่าย</p>
<p>ด้วยเหตุนั้น สถาบันฯ จึงได้จัดทำโครงการวิเคราะห์และออกแบบนโยบายและมาตรการจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเน้นถุงพลาสติกหูหิ้ว สืบเนื่องจากมาตรการงดใช้ถุงหูหิ้วพลาสติกเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกของประชาชนในช่วงเร่งรีบ กล่าวคือ ยิ่งรีบ ยิ่งสร้างขยะ พร้อมทั้งนำเสนอทางเลือกเชิงนโยบายต่อไปแก่ภาครัฐ</p>
<p>น่าสนใจกว่านั้น จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติก ณ วันที่ 1 มกราคม 2563 ที่จัดทำขึ้นโดยสถาบันฯ ผ่านระบบออนไลน์ สัมภาษณ์ตัวต่อตัว และ Social Listening พบว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมาตรการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติกหูหิ้ว แต่คนที่อยู่รายล้อมพลาสติก ยังคงมีอยู่หลายภาคส่วน ซึ่งมีความกังวล ข้อท้าทาย ข้อหน่วงรั้ง ที่ทำให้ไม่สามารถปรับลดการใช้พลาสติกได้รวดเร็วอย่างที่คิด การเข้าใจคนกลุ่มนี้จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการปรับพฤติกรรมของห่วงโซ่การผลิต ใช้ และทิ้งถุงพลาสติกหูหิ้วเพื่อให้สังคมไทยรักษาธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p>นอกจากนั้นแล้ว จากการทำแบบสำรวจดังกล่าวพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ที่ร่วมตอบแบบสำรวจเสนอข้อเสนอแนะต่อการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วใช้ครั้งเดียวว่า ภาครัฐควรเพิ่มความหลากหลายในการใช้ถุงพลาสติกให้มากขึ้น มีมาตรฐานพลาสติกที่ชัดเจน และให้ความรู้ด้านการแยกขยะให้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังควรคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่อยู่ตามรายทางของวงโคจรถุงพลาสติกหูหิ้ว เพราะการรักษาธรรมชาติควรทำให้เป็นเรื่องง่ายที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงได้</p>
<p>“ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมาตรการขอความร่วมมืองดแจกถุงพลาสติกหูหิ้ว แต่คนที่อยู่รายล้อมพลาสติกมีหลายภาคส่วน ซึ่งมีความกังวล ข้อท้าทาย ข้อหน่วงรั้ง ที่ทำให้ไม่สามาารถปรับลดการใช้พลาสติกได้รวดเร็วอย่างที่คิด การเข้าใจคนกลุ่มนี้จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาธรรมชาติ” <strong>อาจารย์ว่าน</strong>กล่าว</p>
<h2>สร้างพื้นที่สีเขียว ใกล้ใจ ใกล้การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน</h2>
<p><img decoding="async" src="https://ippd.or.th/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1160.jpg" alt=""></p>
<p>นอกเหนือจากการปกป้องธรรมชาติแล้ว การฟื้นฟูธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ เราจึงจะเห็นได้ว่าหลาย ๆ ประเทศมีความพยายามเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติกันมากขึ้น โดยสามารถเห็นตัวอย่างได้อย่างชัดเจนจากประเทศสิงคโปร์ที่มีความพยายามพัฒนาและสร้างพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>หันกลับมาดูที่ประเทศไทย เราต้องไปไกลแค่ไหนถึงจะเจอธรรมชาติ โดยจากข้อมูลของ Global Forest Watch พบว่าประเทศไทยมีแค่ 30% ที่เป็นพื้นที่ที่ร่มไม้หนา (ความหนาแน่นต่อ 1 ตร.กม.) กล่าวคือ ความหนาแน่นของประเทศไทยน้อยมาก โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือที่ห่างไกลจากพื้นที่สีเขียว และยิ่งซูมเข้ามายังหัวเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานครหรือนครราชสีมา จะพบว่ามีความห่างไกลจากพื้นที่สีเขียวค่อนข้างมาก น่าสนใจกว่านั้น พื้นที่ที่มีป่าไม้อย่างหนาแน่นในประเทศไทยกลับเป็นพื้นที่ในอุทยานและป่าอนุรักษ์ที่ประชาชนเข้าถึงได้ยาก ทำให้พื้นที่ชุมชนหลายส่วนที่อยู่ติดป่าไม้ กลับไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าวได้ จากการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ดังกล่าว พบว่า พื้นที่ที่มีความหนาแน่นของประชากรสูงนั้นแทบไม่มีพื้นที่สีเขียวอยู่เลย จนอาจกล่าวได้ว่า ที่ไหนมีคน ที่นั่นไม่มีต้นไม้</p>
<p>อย่างไรก็ดี ย้อนกลับไปดูอีกมุมหนึ่ง คนไทยรู้สึกมองว่าตัวเองเข้าถึงธรรมชาติได้ยากหรือง่ายแค่ไหน โดยจากการสำรวจที่สถาบันฯ ได้ทำร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ค่าเฉลี่ยของคนไทยมองว่าตัวเองสามารถเข้าถึงธรรมชาติได้เพียง 3.94 (จาก 0 = ไม่มีและ 1-10 = เข้าถึงได้ยากและง่ายตามลำดับ) ขณะที่คนไทยในเขตเทศบาลมองว่าตัวเองสามารถเข้าถึงธรรมชาติได้ 2.82 และคนไทยนอกเขตเทศบาลมองตัวเองอยู่ที่ 4.86</p>
<p>แล้วจะทำให้คนไทยเข้าถึงพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นได้อย่างไร <strong>อาจารย์ว่าน</strong>เสนอแนะว่า หนึ่งวิธีในการสร้างสังคมยั่งยืนคือการสร้างบทบาทให้ธรรมชาติใกล้ชิดชีวิตคนมากขึ้น เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นทั้งในและนอกเขตเทศบาล การพัฒนาอย่างยั่งยืนจะต้องอาศัยเศรษฐกิจใหม่ที่ช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ทุกคนโดยไม่ล่วงเกินศักยภาพในการทำงานของสิ่งแวดล้อม ต้องสร้างการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวในเมืองให้มากขึ้น และส่งเสริมเกษตรยั่งยืนอย่างการทำวนเกษตรหรือการปลูกป่าไปพร้อมกับการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ชนบท</p>
<p>“เพราะเมื่อเราคุยกันเรื่องพื้นที่สีเขียวเราจะไม่ค่อยพูดเรื่องเศรษฐกิจ การสร้างงาน หรือการกระจายรายได้กลับคืนมา แต่จริง ๆ คือเมื่อไรพื้นที่สีเขียวใกล้จิตใจคน เมื่อนั้นก็จะตามมาด้วยการรักษ์ธรรมชาติและการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน” <strong>อาจารย์ว่าน</strong>ทิ้งท้าย</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ippd.or.th/sustainable-seminar/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
